ทริปวันเดียวจาก Eilat: จุดหมายปลายทาง & ทัวร์ที่ดีที่สุด 2026
เอลัต (Eilat) เมืองตากอากาศริมทะเลแดงทางตอนใต้สุดของอิสราเอล ไม่ได้มีดีแค่ชายหาดสวยงามและน้ำทะเลใสแจ๋วเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูสู่การผจญภัยอันน่าตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางคนเดียวที่กำลังมองหาเพื่อนร่วมทางผ่าน urlaubspartner.net หรือคู่รักและครอบครัวที่อยากออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ การเดินทางแบบวันเดียวจากเอลัตจะเปิดโลกทัศน์ที่คุณไม่เคยคาดคิด ทั้งประวัติศาสตร์อันยาวนาน ธรรมชาติอันน่าทึ่ง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง.
การสำรวจพื้นที่รอบๆ เอลัตจะทำให้คุณได้เห็นความหลากหลายของภูมิทัศน์อิสราเอล ตั้งแต่ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไปจนถึงโอเอซิสเขียวขจี หรือแม้แต่ทะเลสาบเกลืออันโดดเด่น การเดินทางเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการเช่ารถยนต์เพื่อความยืดหยุ่น หรือการใช้บริการรถบัสสาธารณะที่มีเส้นทางเชื่อมโยงไปยังจุดสำคัญต่างๆ เราได้รวบรวมจุดหมายปลายทางยอดนิยมและทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางแบบวันเดียว ซึ่งรับรองว่าทุกทริปจะเป็นความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน.
คู่มือนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงปฏิบัติสำหรับการวางแผนการเดินทางของคุณ ครอบคลุมวิธีการเดินทาง ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุด สิ่งที่คุณจะได้รับจากการไปเยือน และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม เพื่อให้คุณสามารถใช้เวลาในภูมิภาคนี้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยอันน่าประทับใจ ที่จะเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางของคุณในอิสราเอลให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น.
ความงดงามทางธรรมชาติ: ทะเลทรายและอุทยานแห่งชาติ
การเดินทางออกจากเอลัตเพียงระยะทางสั้นๆ คุณจะพบกับความงดงามของทะเลทรายเนเกฟ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติและแหล่งธรรมชาติอันน่าทึ่งมากมาย จุดเด่นที่ห้ามพลาดคืออุทยานแห่งชาติ Timna Valley (Timna Park) ที่ห่างจากเอลัตไปทางเหนือประมาณ 25 กิโลเมตร ที่นี่คุณจะได้พบกับภูมิทัศน์ทะเลทรายที่แกะสลักโดยธรรมชาติเป็นรูปทรงแปลกตา เช่น 'Solomon's Pillars' และ 'The Mushroom' ซึ่งเป็นหินทรายรูปทรงคล้ายเห็ด ที่นี่มีกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย ทั้งการเดินป่าแบบสบายๆ ปั่นจักรยานเสือภูเขา และการสำรวจเหมืองทองแดงโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบทิมนาซึ่งเป็นทะเลสาบเทียมขนาดเล็กที่คุณสามารถพายเรือได้อีกด้วย
การเดินทางไปยัง Timna Park โดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที การนั่งรถบัสสาธารณะอาจไม่สะดวกนักเนื่องจากไม่มีเส้นทางเข้าถึงโดยตรง ดังนั้นการเช่ารถหรือใช้บริการแท็กซี่จะดีที่สุด ค่าเข้าชมอุทยานอยู่ที่ประมาณ 40-50 เชเคล (ประมาณ €10-15) เหมาะสำหรับการเดินทางแบบเต็มวัน เพื่อให้มีเวลาสำรวจและเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ และถ่ายภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) ที่อากาศไม่ร้อนจนเกินไป การเดินทางกับเพื่อนร่วมเดินทางจาก urlaubspartner.net จะทำให้คุณสามารถแชร์ค่ารถและสนุกกับการผจญภัยในทะเลทรายได้มากยิ่งขึ้น
อุทยานแห่งชาติ Timna Valley
★ 4.7📍 Timna Park, Eilat· €อุทยานทะเลทรายที่โดดเด่นด้วยเสาหินทราย Solomon's Pillars และรูปทรงหินธรรมชาติอื่นๆ มีกิจกรรมเดินป่า ปั่นจักรยาน และเหมืองทองแดงโบราณ
ทะเลสาบทิมนา
📍 Timna Park, Eilatทะเลสาบเทียมขนาดเล็กภายในอุทยาน Timna Valley เหมาะสำหรับการพักผ่อนและพายเรือชมวิวทะเลทราย
สู่เมืองหลวงเก่าและทิวทัศน์ทะเลทรายอันกว้างใหญ่
เบเออร์เชวา (Be'er Sheva) หรือเบียร์ชีบา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ 'เมืองหลวงของเนเกฟ' ตั้งอยู่ห่างจากเอลัตประมาณ 200 กิโลเมตร หรือใช้เวลาขับรถประมาณ 2.5-3 ชั่วโมง เมืองแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Tel Be'er Sheva ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO ที่นี่คุณจะได้สำรวจซากปรักหักพังของเมืองที่กล่าวถึงในคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งรวมถึงบ่อน้ำที่เชื่อกันว่าอับราฮัมเป็นผู้ขุดขึ้น
นอกจาก Tel Be'er Sheva แล้ว คุณยังสามารถเดินเล่นในย่านเมืองเก่าของเบเออร์เชวา ชมสถาปัตยกรรมออตโตมันที่งดงาม และเยี่ยมชมตลาดกลางแจ้ง (Bedouin Market) ที่มีชีวิตชีวา ซึ่งเปิดทำการทุกวันพฤหัสบดี เป็นโอกาสที่ดีในการสัมผัสวัฒนธรรมเบดูอินแท้ๆ และเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง เครื่องเทศ และเครื่องประดับ การเดินทางด้วยรถบัสจากเอลัตไปยังเบเออร์เชวาใช้เวลาประมาณ 3.5-4 ชั่วโมง และมีค่าใช้จ่ายประมาณ €15-25 (รถบัส Egged) เหมาะสำหรับการเดินทางแบบเต็มวัน การวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณต้องการไปตลาดเบดูอินซึ่งมีเพียงสัปดาห์ละครั้ง การเดินทางกับเพื่อนที่ชอบประวัติศาสตร์ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการสำรวจเมืองนี้ด้วยกัน
Tel Be'er Sheva
★ 4.5📍 ใกล้ Be'er Sheva· €แหล่งโบราณคดีมรดกโลก UNESCO กับซากเมืองโบราณยุคไบเบิล รวมถึงบ่อน้ำของอับราฮัม
ตลาด Midgal Ha'Ir (ตลาดเบดูอิน)
📍 Be'er Sheva City Centerตลาดกลางแจ้งที่มีสีสัน เปิดทุกวันพฤหัสบดี เป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมือง หัตถกรรม และอาหารเบดูอินแท้ๆ
โอเอซิสแห่งชีวิต: สระน้ำและทะเลสาบธรรมชาติ
การหลบหนีจากความร้อนระอุของทะเลทรายไปสู่โอเอซิสที่เย็นสบายเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะ Ein Ovdat National Park และ Ein Bokek ชายฝั่งทะเล Dead Sea (ทะเลสาบเดดซี) ที่อยู่ห่างออกไปทางเหนือไม่ไกล Ein Ovdat เป็นหุบเขาที่สวยงามในทะเลทรายเนเกฟที่เต็มไปด้วยน้ำตก บ่อน้ำ และพืชพันธุ์เขียวขจีที่เติบโตได้ด้วยกระแสน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นภาพที่ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับภูมิทัศน์ทะเลทรายโดยรอบ ที่นี่คุณสามารถเดินป่าตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ซึ่งจะนำคุณไปสู่บ่อน้ำลึกและน้ำตกที่น่าประทับใจ รวมถึงถ้ำที่นักบวชอาศัยอยู่โบราณ
การเดินทางไปยัง Ein Ovdat จากเอลัตใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมง (ประมาณ 160 กม.) และควรเป็นแบบเต็มวัน หากคุณเช่ารถ การขับรถจะสะดวกที่สุด มิเช่นนั้นอาจต้องพิจารณาทัวร์แบบกลุ่ม ค่าเข้าชมอุทยานอยู่ที่ประมาณ 20-30 เชเคล (ประมาณ €5-8) หลังจากการเดินป่าใน Ein Ovdat คุณสามารถเดินทางต่อไปยัง Ein Bokek (อีกประมาณ 45 นาที) เพื่อสัมผัสประสบการณ์ลอยตัวในทะเลสาบเดดซีที่เค็มที่สุดในโลก ซึ่งมีชื่อเสียงด้านคุณสมบัติในการรักษาผิวพรรณ รวมถึงการพอกโคลนดำเพื่อสุขภาพผิวที่ดี ทะเลสาบเดดซีเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายอย่างแท้จริง การเดินทางในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด อากาศเย็นสบายและเหมาะกับการกิจกรรมกลางแจ้ง
อุทยานแห่งชาติ Ein Ovdat
★ 4.6📍 ใกล้ Sde Boker· €โอเอซิสในทะเลทรายเนเกฟที่มีน้ำตก บ่อน้ำ และเส้นทางเดินป่าที่สวยงาม เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติ
หาด Ein Bokek
★ 4.4📍 Ein Bokek, Dead Seaชายหาดสาธารณะริมทะเลสาบเดดซี ที่นักท่องเที่ยวสามารถลอยตัวในน้ำทะเลที่มีความเค็มสูงและพอกโคลนบำรุงผิว
การสำรวจดินแดนทะเลทรายทางใต้: ทิมนาและทะเลทรายอาระวา
นอกเหนือจาก Timna Valley Park ที่กล่าวไปในตอนต้นแล้ว ภูมิภาคทางใต้ของอิสราเอลยังมีความงดงามของทะเลทราย Arava (Arava Desert) ที่ตัดผ่านจากเอลัตขึ้นไปทางเหนือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรอยเลื่อน Great Rift Valley ที่ทอดยาวจากแอฟริกาไปจนถึงตะวันออกกลาง ที่นี่คุณจะได้พบกับภูมิทัศน์ที่แห้งแล้งแต่เต็มไปด้วยชีวิต ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าทะเลทรายหายาก และชุมชนเกษตรกรรมที่น่าทึ่งซึ่งสามารถปลูกพืชผลในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายนี้
หนึ่งในสถานที่ที่น่าสนใจคือศูนย์วิจัย International Birding & Research Center Eilat (IBRCE) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเอลัตมากนัก ศูนย์แห่งนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการดูนกในช่วงที่มีการอพยพย้ายถิ่นฐานระหว่างยุโรปและแอฟริกา คุณจะได้เห็นนกหลายแสนตัวผ่านไปมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและดูนก นอกจากนี้ ในทะเลทราย Arava ยังมีฟาร์มอินทผลัมและฟาร์มเพาะปลูกอัจฉริยะที่เปิดให้เยี่ยมชมและเรียนรู้ถึงนวัตกรรมการเกษตรในทะเลทราย การเดินทางโดยรถยนต์จากเอลัตไปตาม Highway 90 ขึ้นเหนือจะเผยให้เห็นทิวทัศน์ที่น่าทึ่งไม่รู้จบ ควรใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันถึงเต็มวัน การเดินทางในฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการดูนก และยังเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด ทำให้การสำรวจทะเลทรายเป็นไปอย่างเพลิดเพลิน ถ้าคุณเดินทางกับเพื่อนร่วมทางที่ชื่นชอบธรรมชาติ จะยิ่งทำให้การสำรวจนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น
ศูนย์วิจัย International Birding & Research Center Eilat (IBRCE)
★ 4.6📍 Kibbutz Eilot (ใกล้ Eilat)ศูนย์ดูนกและวิจัยนกอพยพที่สำคัญระดับโลก เป็นแหล่งรวมนักดูนกจากทั่วโลกในช่วงฤดูอพยพ
Kibbutz Lotan Eco-Village
★ 4.5📍 Kibbutz Lotan, Arava Desert· €€ชุมชนคิบบุตซ์เชิงนิเวศที่นำเสนอการเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน การทำเกษตรอินทรีย์ และสถาปัตยกรรมดิน
ข้ามพรมแดนสู่จอร์แดน: อะกาบาและเพตรา (ต้องมีวีซ่า)
การเดินทางจากเอลัตข้ามพรมแดนไปยังประเทศจอร์แดน เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดและเป็นที่นิยมอย่างมาก แม้จะต้องใช้เวลาในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองก็ตาม เมืองอะกาบา (Aqaba) ซึ่งเป็นเมืองท่าชายฝั่งของจอร์แดน อยู่ห่างจากเอลัตเพียงไม่กี่กิโลเมตรและสามารถเดินทางโดยรถแท็กซี่หรือรถบัสข้ามพรมแดนได้ง่ายๆ (พรมแดน Arava Border Crossing) ในอะกาบา คุณสามารถสัมผัสบรรยากาศของตลาดท้องถิ่นที่คึกคัก ชิมอาหารจอร์แดนแท้ๆ และเพลิดเพลินกับการดำน้ำตื้นหรือดำน้ำลึกในทะเลแดงฝั่งจอร์แดนที่มีแนวปะการังอันอุดมสมบูรณ์และเรืออับปางที่น่าสนใจ ความพิเศษของอะกาบาคือการเป็นเขตปลอดภาษี ทำให้คุณสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกกว่าปกติ
แต่ไฮไลต์ของการเดินทางข้ามพรมแดนนี้คือการเดินทางต่อไปยังเมืองโบราณเพตรา (Petra) ซึ่งเป็นมรดกโลกของ UNESCO และเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เพตราอยู่ห่างจากอะกาบาไปทางเหนือประมาณ 2 ชั่วโมงโดยรถยนต์หรือรถบัส การเยี่ยมชมเพตราต้องใช้เวลาเต็มวัน เนื่องจากเป็นแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ที่มีสิ่งก่อสร้างแกะสลักจากหินทรายอันยิ่งใหญ่ เช่น The Treasury (Al-Khazneh) และ The Monastery (Ad Deir) การเดินทางไปเพตราเป็นแบบเต็มวันที่ใช้เวลานานและต้องเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องวีซ่าจอร์แดน ค่าเข้าชมเพตราค่อนข้างสูง (ประมาณ 50-90 จอร์แดนดีนาร์ หรือ €60-120 ขึ้นอยู่กับระยะเวลา) ดังนั้นจึงควรวางแผนล่วงหน้าและพิจารณาทัวร์แบบแพ็คเกจ การเดินทางกับเพื่อนที่ร่วมกันจัดทริปก็จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายถูกลงและน่าสนุกมากขึ้น
เพตรา (Petra)
★ 4.9📍 Wadi Musa, Jordan· €€€€เมืองโบราณแกะสลักจากหินทราย มรดกโลก UNESCO และหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ สิ่งก่อสร้าง Al-Khazneh อันยิ่งใหญ่
อะกาบา (Aqaba)
★ 4.3📍 Aqaba, Jordanเมืองท่าชายฝั่งจอร์แดนติดทะเลแดง มีตลาดคึกคัก อาหารอร่อย และแหล่งดำน้ำที่สวยงาม รวมถึงเป็นเขตปลอดภาษี
การเดินทางที่ไม่ต้องใช้รถ: ชายหาดและศูนย์อนุรักษ์
สำหรับนักเดินทางที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว เอลัตยังมีตัวเลือกการเดินทางแบบวันเดียวที่ยอดเยี่ยม ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยรถบัสสาธารณะ รถแท็กซี่ หรือแม้แต่การเดิน หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่เข้าถึงง่ายที่สุดคือ Coral Beach Nature Reserve ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของเอลัตไม่ไกล คุณสามารถนั่งรถบัสสาธารณะสาย 15 หรือ 30 จากใจกลางเมืองเอลัตไปได้โดยใช้เวลาไม่เกิน 15-20 นาที ที่นี่เป็นเขตอนุรักษ์ปะการังที่ได้รับการปกป้องอย่างดีเยี่ยม ซึ่งคุณสามารถดำน้ำตื้น (snorkeling) หรือดำน้ำลึก (scuba diving) เพื่อชมความงามของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลแดงที่อุดมสมบูรณ์ มีปลาหลากสีสันและแนวปะการังที่ยังคงความสมบูรณ์อย่างน่าทึ่ง มีบริการให้เช่าอุปกรณ์สำหรับดำน้ำตื้นและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน ค่าเข้าชมอยู่ในช่วง 30-40 เชเคล (ประมาณ €8-12) เหมาะสำหรับการใช้เวลาครึ่งวันหรือเต็มวัน เพื่อผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำ
อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจคือ Dolphin Reef ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Coral Beach (เดินต่อได้ หรือนั่งแท็กซี่ประมาณ 5 นาที) Dolphin Reef เป็นเขตรักษาพันธุ์โลมาที่ไม่เหมือนใคร ที่นี่โลมาป่าสามารถเข้ามาและออกไปจากอ่าวได้ตามต้องการ นักท่องเที่ยวสามารถลงไปว่ายน้ำหรือดำน้ำร่วมกับโลมาภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) หรือเพียงแค่เฝ้าดูพวกมันจากสะพานไม้และพื้นที่พักผ่อนต่างๆ บรรยากาศที่นี่ผ่อนคลายและมีคาเฟ่ให้บริการ เหมาะสำหรับการพักผ่อนกับครอบครัวหรือเพื่อนร่วมเดินทางจาก urlaubspartner.net การเดินทางไป Dolphin Reef ก็สามารถใช้รถบัสเดียวกันกับ Coral Beach หรือเรียกแท็กซี่ได้อย่างสะดวกสบาย สถานที่ทั้งสองแห่งนี้เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่สบายที่สุดสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง
เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Coral Beach
★ 4.5📍 P.O Box 67, Eilat· €แหล่งดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกที่ดีที่สุดในเอลัต ด้วยแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์และสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด
Dolphin Reef Eilat
★ 4.6📍 Southern Beach, Eilat· €€เขตรักษาพันธุ์โลมาที่เปิดโอกาสให้คุณชมโลมาอย่างใกล้ชิด หรือแม้กระทั่งว่ายน้ำกับพวกมันในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ
เคล็ดลับการวางแผนการเดินทางแบบวันเดียวจากเอลัต
การวางแผนการเดินทางแบบวันเดียวออกจากเอลัตให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ว่าคุณจะเดินทางคนเดียวและกำลังมองหาเพื่อนร่วมทริปผ่าน urlaubspartner.net หรือไปกับเพื่อนสนิท การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้ทริปของคุณราบรื่นและสนุกสนานยิ่งขึ้น สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือเรื่องการขนส่ง หากคุณไม่ได้เช่ารถ การพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถบัส Egged เป็นตัวเลือกที่ดี แต่คุณควรตรวจสอบตารางเวลาล่วงหน้า เนื่องจากบางเส้นทางอาจมีให้บริการไม่บ่อยนัก โดยเฉพาะเส้นทางที่ไปในพื้นที่ห่างไกล การเช่ารถจะให้ความยืดหยุ่นสูงสุด โดยมีบริษัทให้เช่ารถหลายแห่งในเอลัต เช่น Hertz, Avis หรือ Eldan.
ควรเตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเดินทางไปท่องเที่ยวในทะเลทรายและทำกิจกรรมกลางแจ้ง อากาศในภูมิภาคนี้ค่อนข้างร้อนและแห้ง ชุดเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันตัวเองจากแสงแดดที่ร้อนแรง เตรียมอาหารว่างเล็กน้อยเผื่อไว้ โดยเฉพาะหากคุณต้องเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่มีร้านอาหารหรือร้านค้ามากนัก การพกเงินสดจำนวนหนึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะบางสถานที่ในเขตทะเลทรายหรือตลาดท้องถิ่นอาจไม่รับบัตรเครดิต และอย่าลืมพาวเวอร์แบงก์สำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคุณ การเริ่มต้นวันเดินทางแต่เช้าตรู่เป็นความคิดที่ดี เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนตอนกลางวันและใช้เวลาสำรวจได้อย่างเต็มที่ หากคุณวางแผนจะเดินทางข้ามพรมแดนเช่นไปจอร์แดน ตรวจสอบข้อกำหนดวีซ่าและค่าธรรมเนียมการผ่านแดนล่วงหน้าเสมอ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมแต่ละสถานที่
การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเยี่ยมชมแต่ละสถานที่สามารถยกระดับประสบการณ์การเดินทางแบบวันเดียวของคุณได้อย่างมาก โดยทั่วไปแล้ว ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางจากเอลัต อุณหภูมิในช่วงนี้จะค่อนข้างสบาย ไม่ร้อนจัดเท่าช่วงฤดูร้อน และไม่หนาวจัดเท่าช่วงฤดูหนาว ทำให้เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการเดินป่าสำรวจธรรมชาติในทะเลทราย
สำหรับอุทยานแห่งชาติ Timna Valley และ Ein Ovdat National Park ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม เมื่อดอกไม้ทะเลทรายเริ่มผลิบานและอากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการเดินป่า การปั่นจักรยาน และการสำรวจสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ในส่วนของทะเลสาบเดดซี การเดินทางในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงก็ยังเป็นที่นิยม เพราะอากาศไม่ร้อนจัดจนเกินไปในการลอยตัวและพอกโคลน สำหรับการเดินทางข้ามพรมแดนไปยังเพตราในจอร์แดน ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงก็ยังเป็นช่วงที่แนะนำเช่นกัน เพื่อให้คุณสามารถเดินสำรวจเมืองโบราณได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องเผชิญกับความร้อนจัดหรือลมหนาวจัดมากนัก สำหรับการดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกในทะเลแดงที่ Coral Beach หรือ Dolphin Reef นั้น สามารถทำได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำทะเลค่อนข้างคงที่ แต่อาจมีคนพลุกพล่านกว่าในช่วง high season (ช่วงหยุดยาวและฤดูร้อน) การเดินทางช่วงเช้าเสมอไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงฝูงชนและได้สัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบขึ้น