ทริปวันเดียวจาก ฟลอเรนซ์: จุดหมายปลายทาง & ทัวร์ที่ดีที่สุด 2026
ฟลอเรนซ์ เมืองแห่งศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ใจกลางแคว้นทัสคานี ไม่เพียงแต่เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหลในตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูสู่การผจญภัยอันน่าตื่นเต้นอีกมากมาย สำหรับนักเดินทางคนเดียวที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ หรือกำลังหาเพื่อนร่วมผจญภัย ทริปวันเดียวจากฟลอเรนซ์นำเสนอโอกาสอันยอดเยี่ยมในการสำรวจภูมิประเทศอันงดงาม เมืองในยุคกลางที่เปี่ยมเสน่ห์ และไร่องุ่นเขียวขจี ที่ไม่ไกลจากความวุ่นวายของเมือง.
การเดินทางในภูมิภาคนี้มีความหลากหลาย ตั้งแต่การนั่งรถไฟความเร็วสูงไปยังเมืองใหญ่อื่นๆ ไปจนถึงการขับรถชมวิวผ่านชนบทอันเงียบสงบ ไม่ว่าคุณจะหลงใหลในประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม อาหาร หรือธรรมชาติ ทัสคานีก็มีบางสิ่งบางอย่างที่พร้อมจะเติมเต็มทุกความต้องการ การผจญภัยเหล่านี้ไม่เพียงทำให้คุณได้เห็นมุมใหม่ๆ ของอิตาลี แต่ยังเป็นโอกาสดีเยี่ยมในการสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจร่วมกับเพื่อนร่วมเดินทางที่คุณอาจพบเจอในชุมชน Travel Buddy ของ urlaubspartner.net.
คู่มือฉบับนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงปลายทางทริปวันเดียวที่ดีที่สุดจากฟลอเรนซ์ โดยเน้นที่การเดินทางที่สะดวกสบายด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟและรถบัส หรือสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความอิสระก็สามารถเช่ารถขับเองได้ เราจะบอกวิธีการเดินทาง ระยะเวลาที่ใช้ ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ สิ่งที่น่าสนใจในแต่ละที่ ระยะเวลาที่เหมาะสม และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม ไม่ว่าคุณจะเลือกทริปแนวประวัติศาสตร์ ชมวิวชายฝั่ง ดื่มด่ำกับไวน์ หรือสัมผัสธรรมชาติ ก็มั่นใจได้ว่าทริปวันเดียวของคุณจะเต็มไปด้วยความประทับใจ
เมืองยุคกลางคลาสสิก: Siena และ San Gimignano
เมื่อพูดถึงทริปวันเดียวจากฟลอเรนซ์ ชื่อของ Siena และ San Gimignano มักจะติดอันดับต้นๆ เสมอ Siena เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาซึ่งเป็นที่ตั้งของ Piazza del Campo อันโด่งดัง ซึ่งเป็นจัตุรัสรูปเปลือกหอยที่มีการจัดงานแข่งม้า Palio di Siena ปีละสองครั้ง คุณสามารถเดินขึ้นไปบน Torre del Mangia เพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองและชนบทโดยรอบ นอกจากนี้ มหาวิหาร Siena (Duomo di Siena) ก็เป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมกอทิกที่ควรค่าแก่การเข้าชมอย่างยิ่ง ส่วน San Gimignano เป็นเมืองบนเนินเขาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ซึ่งมีหอคอยยุคกลางที่ยังคงสภาพสมบูรณ์จำนวนมาก ทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับฉายาว่า 'เมืองแห่งหอคอยงาม' การเดินเล่นไปตามถนนหินกรวดแคบๆ สำรวจร้านค้างานฝีมือ และลิ้มลองไอศกรีมจากร้านที่ได้รับรางวัล Gelateria Dondoli เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
การเดินทางไปยัง Siena สามารถทำได้โดยรถบัสจากสถานี Santa Maria Novella (SMN) ในฟลอเรนซ์ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสารประมาณ ~€10-15 ส่วนการเดินทางไปยัง San Gimignano นั้นซับซ้อนกว่าเล็กน้อย คุณต้องนั่งรถไฟไปยัง Poggibonsi จากนั้นต่อรถบัสท้องถิ่นไปยัง San Gimignano ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาทีถึง 2 ชั่วโมง ค่าโดยสารรวมประมาณ ~€10-15 แนะนำให้เที่ยวทั้งสองเมืองแบบเต็มวัน ช่วงที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ไม่มีรถส่วนตัว
Piazza del Campo
📍 Piazza del Campo, Sienaจัตุรัสหลักรูปเปลือกหอยอันเป็นเอกลักษณ์ของ Siena เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมและการจัดงานแข่งม้า Palio อันโด่งดัง
Duomo di Siena (Siena Cathedral)
★ 4.8📍 Piazza del Duomo, Sienaมหาวิหารกอทิกที่งดงามตระการตาด้วยหินอ่อนสีดำ-ขาว และงานศิลปะชั้นเลิศมากมาย
Torre del Mangia
★ 4.7📍 Piazza del Campo, Sienaหอคอยสูงเสียดฟ้าติดกับ Palazzo Pubblico มอบทัศนียภาพพาโนรามาของเมือง Siena และชนบทโดยรอบ
Gelateria Dondoli
★ 4.7📍 Piazza della Cisterna 4, San Gimignanoร้านไอศกรีมชื่อดังระดับโลกที่ได้รับรางวัลมามากมาย มีรสชาติแปลกใหม่และคลาสสิกให้เลือกมากมาย
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน ฟลอเรนซ์ สำหรับ เมืองยุคกลางคลาสสิก: Siena และ San Gimignano
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
แคว้นไวน์ Chianti: ดื่มด่ำกับรสชาติทัสคานี
สำหรับคนรักไวน์ ทริปวันเดียวสู่แคว้น Chianti คือความฝันที่เป็นจริง แคว้น Chianti เป็นหัวใจของภูมิภาคการผลิตไวน์ในทัสคานี มีหมู่บ้านเล็กๆ ที่น่ารัก เช่น Greve in Chianti, Castellina in Chianti และ Radda in Chianti แทรกตัวอยู่ท่ามกลางไร่องุ่นและเนินเขาที่เขียวขจี การเยี่ยมชมโรงบ่มไวน์ (cantina) เพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการผลิตไวน์ Chianti Classico และทดลองชิมไวน์พร้อมกับอาหารว่างท้องถิ่น เช่น ชีสและเนื้อสัตว์แปรรูป เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด หลายโรงบ่มไวน์เสนอทัวร์ชิมไวน์แบบภาษาอังกฤษที่ให้ข้อมูลอย่างลึกซึ้ง คุณอาจพิจารณาทัวร์โดยจักรยานไฟฟ้าเพื่อสำรวจภูมิประเทศอันงดงาม.
การเดินทางไปยังใจกลาง Chianti โดยระบบขนส่งสาธารณะค่อนข้างท้าทายแต่เป็นไปได้ คุณสามารถนั่งรถบัสจากฟลอเรนซ์ไปยัง Greve in Chianti (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสาร ~€5-10) จากนั้นคุณอาจต้องใช้บริการแท็กซี่ หรือเช่าสกู๊ตเตอร์/จักรยานเพื่อไปยังโรงบ่มไวน์ที่อยู่ห่างไกลออกไป การเช่ารถยนต์จะให้ความยืดหยุ่นสูงสุดในการสำรวจพื้นที่นี้ เพราะคุณสามารถแวะตามหมู่บ้านและโรงบ่มไวน์ต่างๆ ได้ตามใจชอบตลอดเส้นทาง 'Strada del Chianti' ทริปนี้เหมาะสำหรับเต็มวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงเมื่อองุ่นกำลังสุก หรือจะไปในฤดูใบไม้ผลิเพื่อเพลิดเพลินกับอากาศที่สดชื่นทุ่งดอกไม้บานก็ได้เช่นกัน
Antinori nel Chianti Classico
★ 4.7📍 Via Cassia per Siena, 133, Bargino· €€€โรงบ่มไวน์อันทันสมัยและสวยงาม ที่นำเสนอทัวร์ชิมไวน์ Chianti Classico ที่ยอดเยี่ยมพร้อมสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจ
Castello di Brolio
★ 4.6📍 Localita Brolio, Gaiole in Chianti· €€ปราสาทประวัติศาสตร์และโรงบ่มไวน์เก่าแก่ของตระกูล Ricasoli ผู้บุกเบิกไวน์ Chianti Classico มีทิวทัศน์ที่สวยงามและห้องชิมไวน์
Piazza Matteotti (Greve in Chianti)
📍 Piazza Matteotti, Greve in Chiantiจัตุรัสรูปสามเหลี่ยมอันมีเสน่ห์ใจกลางเมือง Greve in Chianti มีร้านค้าท้องถิ่นและร้านอาหารมากมาย
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน ฟลอเรนซ์ สำหรับ แคว้นไวน์ Chianti: ดื่มด่ำกับรสชาติทัสคานี
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
ชายฝั่ง Cinque Terre: มรดกโลกและหมู่บ้านสีสันสดใส
Cinque Terre ซึ่งเป็นมรดกโลกของ UNESCO ประกอบด้วยหมู่บ้านชาวประมง 5 แห่งที่เรียงรายอยู่ริมชายฝั่งทะเลลิกูเรีย ได้แก่ Monterosso al Mare, Vernazza, Corniglia, Manarola และ Riomaggiore หมู่บ้านเหล่านี้มีลักษณะเด่นคือบ้านเรือนสีสันสดใสที่เกาะกลุ่มอยู่บนหน้าผาสูงชัน และไร่องุ่นที่ปลูกลดหลั่นกันลงมาสู่ทะเล การเดินทางที่นี่คือการสำรวจความงามตามธรรมชาติ เส้นทางเดินป่าเลียบทะเลที่มีชื่อเสียงอย่าง Sentiero Azzurro (เส้นทางสีน้ำเงิน) และการลิ้มลองอาหารทะเลสดๆ พร้อมชมพระอาทิตย์ตกดิน.
การเดินทางไปยัง Cinque Terre จากฟลอเรนซ์นั้นสะดวกที่สุดโดยรถไฟ คุณจะต้องนั่งรถไฟจากสถานี Santa Maria Novella ไปยัง La Spezia Centrale (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที ถึง 2 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสาร ~€15-30 สำหรับรถไฟความเร็วสูง) จากนั้นซื้อ Cinque Terre Train Card เพื่อใช้ขึ้นลงรถไฟระหว่างหมู่บ้านต่างๆ ได้ไม่จำกัด ใช้เวลาประมาณครึ่งถึงเต็มวันสำหรับทริปนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนหมู่บ้านที่คุณต้องการเยี่ยมชมและระยะเวลาที่คุณต้องการใช้เดินป่า ฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับสภาพอากาศที่สบายและทิวทัศน์ที่สวยงาม คุณสามารถเที่ยว Cinque Terre ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว การเดินทางกับเพื่อนร่วมเดินทางจาก urlaubspartner.net จะช่วยให้การสำรวจเส้นทางเดินป่าระหว่างหมู่บ้านสนุกยิ่งขึ้น และอาจได้เพื่อนใหม่สำหรับทริปต่อไป
Sentiero Azzurro (Blue Path)
📍 เชื่อมต่อหมู่บ้าน Monterosso กับ Riomaggiore, Cinque Terreเส้นทางเดินป่าเลียบชายฝั่งที่มีชื่อเสียง มอบทัศนียภาพอันงดงามของทะเลและหมู่บ้าน (บางส่วนอาจปิดเพื่อซ่อมบำรุง โปรดตรวจสอบสถานะก่อนเดินทาง)
Vernazza
📍 Vernazza, Cinque Terreหมู่บ้านที่ได้รับการกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งใน Cinque Terre มีอ่าวเล็กๆ ปราสาท Doria และโบสถ์ริมทะเล
Manarola
📍 Manarola, Cinque Terreหมู่บ้านที่มีภาพจำของบ้านเรือนสีสดใสเรียงรายบนโขดหินสูงชัน ที่นี่มีจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามมาก
Trattoria dal Billy
★ 4.6📍 Via Aldo Rollandi 122, Manarola· €€€ร้านอาหารทะเลชื่อดังใน Manarola พร้อมวิวทะเลที่สวยงาม อาหารทะเลสดใหม่และปรุงรสอย่างพิถีพิถัน
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน ฟลอเรนซ์ สำหรับ ชายฝั่ง Cinque Terre: มรดกโลกและหมู่บ้านสีสันสดใส
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
Pisa และ Lucca: ชมหอเอนและกำแพงเมืองเก่า
คู่หูยอดนิยมสำหรับการเดินทางแบบวันเดียวคือเมือง Pisa และ Lucca Pisa เป็นที่รู้จักกันดีจากหอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) และ Piazza dei Miracoli (จัตุรัสแห่งปาฏิหาริย์) ซึ่งมี Duomo, Baptistery และ Camposanto Monumentale การใช้เวลาชมความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมเหล่านี้ ถ่ายภาพที่ระลึก และเดินเล่นรอบๆ เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ แต่หลายคนมักจะใช้เวลาในปิซ่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเดินทางต่อไปยัง Lucca ที่อยู่ไม่ไกลกัน
Lucca เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ด้วยกำแพงเมืองยุคเรอเนสซองส์ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป คุณสามารถเช่าจักรยานและปั่นไปรอบๆ กำแพงเมืองซึ่งกลายเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ชมวิวเมืองจากมุมสูง หรือเดินเล่นไปตามถนนสายเก่าแก่ ชมจัตุรัส Piazza dell'Anfiteatro ซึ่งเป็นจัตุรัสรูปวงรีที่สร้างขึ้นบนซากอัฒจันทร์โรมันโบราณ และโบสถ์ San Michele in Foro ที่ประดับด้วยหินอ่อนขาวงดงาม
การเดินทางจากฟลอเรนซ์ไปยัง Pisa โดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ ~€9-12 จาก Pisa ไปยัง Lucca โดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 30 นาที ค่าโดยสารประมาณ ~€4-6 ทริปนี้เหมาะสำหรับเต็มวัน สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจะสบายที่สุด ทั้งสองเมืองสามารถเที่ยวได้โดยไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวอย่างสะดวกสบาย
Leaning Tower of Pisa
★ 4.7📍 Piazza dei Miracoli, Pisaหอระฆังอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองปิซ่าที่เอนเอียง สร้างสรรค์งานถ่ายภาพที่สนุกสนาน และเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง
Duomo di Pisa (Pisa Cathedral)
★ 4.7📍 Piazza dei Miracoli, Pisaมหาวิหารโรมาเนสก์ที่สวยงามตระการตา เป็นส่วนหนึ่งของจตุรัสแห่งปาฏิหารย์ ที่โดดเด่นด้วยรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม
Walls of Lucca
📍 Luccaกำแพงเมืองยุคเรอเนสซองส์ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป สามารถปั่นจักรยานหรือเดินเล่นด้านบนเพื่อชมวิวเมือง
Piazza dell'Anfiteatro
📍 Luccaจัตุรัสรูปวงรีที่มีเสน่ห์ สร้างขึ้นบนซากอัฒจันทร์โรมันโบราณ แวดล้อมไปด้วยร้านค้าและร้านอาหาร
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน ฟลอเรนซ์ สำหรับ Pisa และ Lucca: ชมหอเอนและกำแพงเมืองเก่า
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
Assisi: เมืองแห่งนักบุญและจิตวิญญาณ
สำหรับทริปที่เน้นด้านจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ศาสนา Assisi คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เมืองบนเนินเขาแห่งนี้เป็นบ้านเกิดของนักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซี (Saint Francis of Assisi) และเป็นแหล่งกำเนิดนิกาย Franciscan จุดศูนย์กลางของเมืองคือ Basilica di San Francesco d'Assisi (มหาวิหารนักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซี) ซึ่งเป็นมรดกโลกของ UNESCO และเป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปะกอทิกและเรอเนสซองส์ ภายในมหาวิหารมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันน่าทึ่งโดยศิลปินชื่อดังเช่น Giotto และ Cimabue นอกจากนี้ยังมี Basilica di Santa Chiara (มหาวิหารนักบุญแคลร์) และวิหาร Minerva Roman Temple ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมือง.
Assisi มอบบรรยากาศที่เงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทิวทัศน์ชนบท Umbrian ที่สวยงาม การเดินเล่นในเมือง ชมร้านค้างานฝีมือ และลิ้มลองอาหารท้องถิ่นของ Umbria เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง.
การเดินทางไปยัง Assisi จากฟลอเรนซ์โดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาทีถึง 2 ชั่วโมง 45 นาที โดยต้องเปลี่ยนรถไฟที่ Terontola-Cortona หรือ Foligno ค่าโดยสารประมาณ ~€15-25 เมื่อไปถึงสถานีรถไฟ Assisi คุณจะต้องขึ้นรถบัสท้องถิ่นไปยังตัวเมืองที่อยู่บนเนินเขา ทริปนี้เหมาะสำหรับเต็มวัน สามารถเที่ยวได้ทุกช่วงเวลายกเว้นฤดูหนาวที่อาจจะหนาวเย็นมากและมีนักท่องเที่ยวน้อยลง การมาเยือนในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงจะให้สภาพอากาศที่เหมาะสมที่สุด สามารถเที่ยวได้โดยไม่ต้องมีรถยนต์ส่วนตัว
Basilica di San Francesco d'Assisi
★ 4.8📍 Piazza Superiore di S. Francesco, Assisiมหาวิหารอันศักดิ์สิทธิ์และสวยงาม ที่เก็บรักษาอัฐิของนักบุญฟรานซิส ประดับด้วยจิตรกรรมฝาผนังอันล้ำค่า
Basilica di Santa Chiara
★ 4.7📍 Piazza Santa Chiara, Assisiมหาวิหารกอทิกที่อุทิศให้กับนักบุญแคลร์ มีซากศพของนักบุญแคลร์ และมี十字架San Damiano ที่นักบุญฟรานซิสได้ยินเสียงพระผู้เป็นเจ้า
Rocca Maggiore
★ 4.6📍 Via della Rocca, Assisiป้อมปราการยุคกลางบนยอดเขา มองเห็นทัศนียภาพอันกว้างไกลของเมือง Assisi และหุบเขา Umbrian
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน ฟลอเรนซ์ สำหรับ Assisi: เมืองแห่งนักบุญและจิตวิญญาณ
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
Bologna: เมืองแห่งอาหารและมหาวิทยาลัย
หากคุณเป็นนักชิมและชื่นชอบบรรยากาศของเมืองมหาวิทยาลัย Bologna คือจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบ เมืองหลวงของแคว้น Emilia-Romagna แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น 'La Grassa' (เมืองแห่งไขมัน) เนื่องจากมีชื่อเสียงด้านอาหารที่ยอดเยี่ยม ทั้งพาสต้าโบโลเนส ไส้กรอก Mortadella และชีส Parmigiano Reggiano นอกจากนี้ Bologna ยังมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นด้วยอาคารสีอิฐแดงและทางเดินมีหลังคา (porticoes) อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO.
สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาถึง Bologna ได้แก่ การเดินเล่นใน Piazza Maggiore จัตุรัสหลักของเมือง เยี่ยมชมมหาวิหาร San Petronio ปีน Torre degli Asinelli หนึ่งในหอคอยคู่แห่ง Bologna เพื่อชมทิวทัศน์มุมสูง และที่สำคัญที่สุดคือการสำรวจตลาดอาหารท้องถิ่นและลิ้มลองอาหารเลิศรสในร้านอาหารแบบ Trattoria ทริปนี้เหมาะสำหรับเต็มวัน โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศกำลังสบาย
การเดินทางจากฟลอเรนซ์ไปยัง Bologna นั้นรวดเร็วและง่ายดายโดยรถไฟความเร็วสูง (Frecciarossa หรือ Italo) ใช้เวลาเพียง 35-40 นาที ค่าโดยสารประมาณ ~€15-30 คุณสามารถเที่ยวชม Bologna ได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว เมืองนี้มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดี และสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในระยะที่สามารถเดินถึงกันได้ การมาเที่ยวกับเพื่อนร่วมกินจาก urlaubspartner.net จะยิ่งเพิ่มความสนุกในการสำรวจร้านอาหารและตลาดท้องถิ่น
Piazza Maggiore
📍 Bolognaจัตุรัสหลักใจกลางเมือง Bologna เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมต่างๆ และเป็นที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างสำคัญๆ
Torre degli Asinelli
★ 4.7📍 Piazza di Porta Ravegnana, Bologna· €หนึ่งในสองหอคอยคู่สัญลักษณ์ของ Bologna ที่เอนเอียงเล็กน้อย สามารถปีนขึ้นไปชมวิวพาโนรามาของเมืองได้
Mercato di Mezzo
★ 4.4📍 Via Clavature 12, Bologna· €€ตลาดอาหารกึ่งอินดอร์ที่ทันสมัย มีร้านอาหารและร้านขายสินค้าท้องถิ่นมากมาย เหมาะสำหรับมื้อกลางวันหรือชิมของว่าง
Trattoria da Me
★ 4.6📍 Via San Felice 50/A, Bologna· €€€ร้านอาหารแบบ Trattoria ที่ได้รับความนิยม นำเสนออาหารท้องถิ่น Emilia-Romagna แบบดั้งเดิมในบรรยากาศอบอุ่น
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน ฟลอเรนซ์ สำหรับ Bologna: เมืองแห่งอาหารและมหาวิทยาลัย
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
Val d'Orcia และ Montalcino: ภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์และไวน์ Brunello
สำหรับผู้ที่มองหาทัศนียภาพอันงดงามราวภาพวาด Val d'Orcia เป็นทริปวันเดียวที่เหนือความคาดหมาย หุบเขาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO แห่งนี้มีลักษณะเป็นเนินเขาที่ทอดตัวยาว ทุ่งข้าวสาลีที่พลิ้วไหว ต้นไซเปรสที่เรียงราย และหมู่บ้านบนยอดเขาอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น Montalcino, Pienza และ Montepulciano ทิวทัศน์เหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของทัสคานีอย่างแท้จริง และเป็นที่นิยมของช่างภาพอย่างมาก
Montalcino เป็นเมืองบนยอดเขาที่มีชื่อเสียงจากไวน์ Brunello di Montalcino ที่เป็นไวน์แดงคุณภาพสูงและมีชื่อเสียงระดับโลก คุณสามารถเยี่ยมชมป้อมปราการ Rocca di Montalcino เพื่อชมวิว 360 องศาของชนบทโดยรอบ และแวะชิมไวน์ Brunello ที่ Enoteca La Fortezza ซึ่งตั้งอยู่ภายในป้อมปราการ Pienza ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยสถาปัตยกรรมในยุคเรอเนสซองส์ที่ได้รับการวางแผนอย่างดีและมีชื่อเสียงเรื่องชีส Pecorino
การเดินทางไปยัง Val d'Orcia โดยระบบขนส่งสาธารณะนั้นค่อนข้างลำบากและใช้เวลานาน การเช่ารถยนต์เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสำรวจพื้นที่นี้อย่างอิสระและดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงาม ใช้เวลาขับรถจากฟลอเรนซ์ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง ทริปนี้เหมาะสำหรับเต็มวัน ในฤดูใบไม้ผลิทุ่งนาจะเป็นสีเขียวสดใส ในฤดูร้อนทุ่งนาจะกลายเป็นสีทอง และในฤดูใบไม้ร่วงจะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวองุ่นที่สวยงาม
Rocca di Montalcino
★ 4.7📍 Piazzale Fortezza, Montalcinoป้อมปราการยุคกลางอันสง่างามบนยอดเขา Montalcino มอบทัศนียภาพอันน่าทึ่งของ Val d'Orcia และไร่องุ่น Brunello
Enoteca La Fortezza
★ 4.5📍 Piazzale Fortezza, Montalcino (ภายใน Rocca di Montalcino)· €€€ร้านชิมไวน์ที่ตั้งอยู่ในป้อมปราการ Montalcino นำเสนอไวน์ Brunello di Montalcino หลากหลายชนิด
Pienza
📍 Pienza, Val d'Orciaเมืองเรอเนสซองส์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรม และชีส Pecorino ที่อร่อย
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน ฟลอเรนซ์ สำหรับ Val d'Orcia และ Montalcino: ภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์และไวน์ Brunello
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
Fiesole: ทิวทัศน์เหนือฟลอเรนซ์และประวัติศาสตร์โรมัน
สำหรับทริปสั้นๆ ที่ไม่ต้องเดินทางไกล Fiesole เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เทศบาลบนเนินเขาแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือฟลอเรนซ์เพียงไม่กี่กิโลเมตร มอบทัศนียภาพพาโนรามาที่สวยงามของเมืองที่อยู่เบื้องล่าง จุดเด่นของ Fiesole คือซากปรักหักพังของโรงละครโรมัน (Roman Theatre) และโรงอาบน้ำโบราณ ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ทางโบราณคดีที่น่าสนใจ ในช่วงฤดูร้อน โรงละครแห่งนี้ยังคงใช้จัดงานแสดงและคอนเสิร์ตต่างๆ นอกจากนี้ยังมีมหาวิหาร Duomo di Fiesole ที่เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และ Convento di San Francesco ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงที่สุด มอบทิวทัศน์ที่งดงามยิ่งขึ้นไปอีก
การเดินเล่นใน Fiesole สัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบ พักผ่อนในคาเฟ่ที่มองเห็นวิวเมือง และเพลิดเพลินกับความงามของชนบททัสคานีรอบๆ เป็นสิ่งที่น่าเพลิดเพลิน ทริปนี้เหมาะสำหรับครึ่งวัน หรืออาจจะเต็มวันหากคุณต้องการใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับทุกฤดู แต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุดสำหรับการเดินเล่น
การเดินทางไปยัง Fiesole นั้นง่ายดายโดยรถบัสท้องถิ่นสาย 7 จากจัตุรัส San Marco ในฟลอเรนซ์ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ค่าโดยสารประมาณ ~€1.50-3.00 (ตั๋วรถบัสปกติ) สามารถเที่ยวได้โดยไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว และเป็นทริปที่ยอดเยี่ยมสำหรับการหลีกหนีความวุ่นวายของฟลอเรนซ์เพียงชั่วครู่ ใครที่มากับเพื่อนคู่หูจาก urlaubspartner.net สามารถแชร์ประสบการณ์การเดินทางที่ง่ายและรวดเร็วนี้ด้วยกัน
Teatro Romano e Museo Civico (Roman Theatre and Civic Museum)
★ 4.4📍 Via Portigiani 1, Fiesole· €ซากปรักหักพังของโรงละครโรมันโบราณที่ได้รับการบูรณะ สัมผัสประวัติศาสตร์พร้อมวิวทิวทัศน์อันงดงามของฟลอเรนซ์
Museo Bandini
★ 4.3📍 Via Portigiani 7, Fiesole· €พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่จัดแสดงงานศิลปะทัสคานีและจิตรกรรมฝาผนังยุคลึกในยุคกลางถึงต้นยุคเรอเนสซองส์
Convento di San Francesco
★ 4.6📍 Via San Francesco 13, Fiesoleอารามเก่าแก่บนยอดเขา Fiesole มอบวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาที่สวยงามที่สุดของฟลอเรนซ์
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน ฟลอเรนซ์ สำหรับ Fiesole: ทิวทัศน์เหนือฟลอเรนซ์และประวัติศาสตร์โรมัน
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่