ทริปวันเดียวจาก ลาสเวกัส: จุดหมายปลายทาง & ทัวร์ที่ดีที่สุด 2026
ลาสเวกัส (Las Vegas) ขึ้นชื่อเรื่องแสงสีความบันเทิงที่ไม่เคยหลับใหล แต่คุณรู้หรือไม่ว่ารัศมีรอบๆ นครแห่งบาปนี้ยังมีอัญมณีซ่อนอยู่อีกมากมายรอให้คุณไปค้นพบ? ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศธรรมชาติอันน่าทึ่ง เมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ หรือประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ การออกเดินทางจากลาสเวกัสไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางของคุณให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น บทความนี้จาก urlaubspartner.net จะพาคุณไปสำรวจตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางแบบวันเดียวจากลาสเวกัส ซึ่งเหมาะสำหรับนักเดินทางคนเดียวที่กำลังมองหาการผจญภัยครั้งใหม่.
การเดินทางคนเดียวอาจเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่การมีเพื่อนร่วมเดินทางก็สามารถเพิ่มความสนุกและความปลอดภัยได้เป็นทวีคูณ เว็บไซต์ Travel Buddy Community ของเราเป็นแหล่งรวมนักเดินทางทั่วโลกที่กำลังมองหาเพื่อนร่วมทริปที่คล้ายกัน เพื่อร่วมแบ่งปันประสบการณ์และสร้างความทรงจำที่ลืมไม่ลง การออกทริปจากลาสเวกัสก็เป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มต้นมิตรภาพใหม่ๆ และสร้างเรื่องราวการเดินทางที่น่าจดจำร่วมกัน ไม่ว่าคุณจะชอบการผจญภัยในอุทยานแห่งชาติ การเดินป่า หรือการสำรวจเมืองเล็กๆ ที่มีเอกลักษณ์ เรามีจุดหมายปลายทางที่หลากหลายให้คุณเลือก.
คู่มือนี้จะให้ข้อมูลเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับการเดินทางแต่ละครั้ง ตั้งแต่การเดินทางด้วยรถยนต์ รถบัส หรือแม้แต่การเดินทางที่ไม่ต้องใช้รถส่วนตัว พร้อมทั้งแนะนำกิจกรรมน่าสนใจ ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละสถานที่ และฤดูกาลที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างราบรื่นและใช้เวลาในการสำรวจอัญมณีที่ซ่อนอยู่รอบๆ ลาสเวกัสได้อย่างคุ้มค่าที่สุด เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งใหม่ที่อยู่นอกเหนือจากแสงสีของลาสเวกัส แล้วคุณจะพบว่าภูมิภาคนี้มีอะไรให้สำรวจมากกว่าที่คุณคิด.
อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน (Grand Canyon National Park): มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน South Rim เป็นทริปหนึ่งวันที่รู้จักกันดีที่สุดและเป็นที่นิยมที่สุดจากลาสเวกัส แม้จะเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างไกลแต่ก็คุ้มค่ากับความอลังการของธรรมชาติที่ได้เห็น คุณจะตื่นตาตื่นใจกับทัศนียภาพของหุบเขาขนาดมหึมาที่ถูกกัดเซาะโดยแม่น้ำโคโลราโดมานานนับล้านปี การเดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงต่อเที่ยว รถบัสทัวร์ก็เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกสบายสำหรับผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว ราคาตั๋วรถบัสมักจะอยู่ในช่วงประมาณ €50-100 ขึ้นอยู่กับแพ็คเกจและบริษัททัวร์
เมื่อไปถึง South Rim คุณสามารถเยี่ยมชมจุดชมวิวหลักๆ เช่น Mather Point, Yavapai Point และ Grand Canyon Village ซึ่งมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก การเดินเล่นตาม Rim Trail เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการชมวิวทิวทัศน์ที่หลากหลาย หากมีเวลาและพลังงานมากพอ คุณอาจจะลองเดินลงไปในเส้นทาง Bright Angel Trail หรือ Kaibab Trail เล็กน้อยเพื่อสัมผัสความยิ่งใหญ่ของแคนยอนจากมุมที่แตกต่าง แต่ควรระวังเรื่องระยะทางและสภาพอากาศ การเดินลงไปยังหุบเหวต้องใช้การวางแผนที่ดีและไม่แนะนำให้ทำแบบไปเช้าเย็นกลับอย่างเต็มที่
ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือเต็มวันเพื่อดื่มด่ำกับทัศนียภาพและกิจกรรมต่างๆ ฤดูกาลที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) ที่อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจัดเกินไป ฤดูร้อนอาจร้อนจัดและมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ฤดูหนาวอาจมีหิมะซึ่งสวยงามแต่บางเส้นทางอาจปิด นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวได้โดยไม่ต้องมีรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้บริการรถทัวร์จากลาสเวกัส
เขื่อนฮูเวอร์ (Hoover Dam) และทะเลสาบมีด (Lake Mead): วิศวกรรมและธรรมชาติใกล้ตัว
เขื่อนฮูเวอร์เป็นหนึ่งในความสำเร็จทางวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นทริปสั้นๆ ที่น่าสนใจมากจากลาสเวกัส การเดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาเพียงประมาณ 30-45 นาที หรือโดยรถบัสทัวร์ประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาตั๋วรถบัสทัวร์มักจะอยู่ในช่วงประมาณ €20-40 เขื่อนฮูเวอร์ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นของมนุษย์ในการควบคุมธรรมชาติ
เมื่อไปถึงเขื่อน คุณสามารถเดินชมด้านบนของเขื่อน ชมทิวทัศน์ของทะเลสาบมีดที่อยู่ด้านหนึ่งและแม่น้ำโคโลราโดอีกด้านหนึ่งได้ฟรี สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และวิธีการทำงานของเขื่อน แนะนำให้เข้าร่วมทัวร์เยี่ยมชมภายในเขื่อน ซึ่งมีให้เลือกทั้ง Powerplant Tour และ Dam Tour คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างเขื่อนอันน่าทึ่ง และลงไปชมห้องเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่อยู่ลึกเข้าไปในเขื่อน
ถัดจากเขื่อนฮูเวอร์คือทะเลสาบมีด ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ที่นี่คุณสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำ เช่น การล่องเรือคายัค การพายเรือ หรือแค่พักผ่อนริมทะเลสาบ หากคุณเป็นนักสำรวจ สามารถเดินป่าสั้นๆ รอบๆ บริเวณทะเลสาบเพื่อชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามได้
ระยะเวลาที่เหมาะสมคือครึ่งวันสำหรับเขื่อนฮูเวอร์และอาจจะต่อด้วยทะเลสาบมีดอีกไม่กี่ชั่วโมง หากจะทำกิจกรรมทางน้ำ แนะนำให้เป็นเต็มวัน ฤดูกาลที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนจัดของฤดูร้อน สามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องมีรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้บริการรถบัสทัวร์จากลาสเวกัส
อุทยานแห่งชาติ Valley of Fire (Valley of Fire State Park): ทิวทัศน์สีแดงเพลิง
อุทยานแห่งรัฐ Valley of Fire (Valley of Fire State Park) เป็นอัญมณีที่ซ่อนอยู่ห่างจากลาสเวกัสไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 1 ชั่วโมง หากคุณกำลังมองหาทริปที่ไม่ไกลและเต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์ที่น่าทึ่ง ที่นี่คือคำตอบที่ดีที่สุด อุทยานแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องหินทรายสีแดงสดที่เกิดจากการก่อตัวของทรายและถูกกัดเซาะจากลมและฝนมานับล้านปี ทำให้เกิดรูปทรงที่แปลกตาและน่าทึ่ง
การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสำรวจอุทยานแห่งนี้ เพราะคุณสามารถหยุดแวะตามจุดชมวิวต่างๆ ได้อย่างอิสระ ถนน Scenic Loop Road จะพาคุณผ่านภูมิทัศน์ที่สวยงามที่สุดของอุทยาน จุดที่พลาดไม่ได้คือ Atlatl Rock ที่มีภาพแกะสลักหินของชาวพื้นเมืองโบราณ (Petroglyphs) และ White Domes Trail ซึ่งเป็นเส้นทางเดินป่าสั้นๆ ที่พาคุณไปสัมผัสกับหินทรายสีขาวและหุบเขาแคบๆ (slot canyon) นอกจากนี้ยังมี Elephant Rock และ Fire Wave ที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม
อุทยานแห่งนี้เหมาะสำหรับการเดินป่าระยะสั้น การถ่ายภาพ และการขับรถชมวิวทิวทัศน์อันน่าประทับใจ ควรนำน้ำดื่มมาให้เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ซึ่งอากาศอาจร้อนจัดได้ ระยะเวลาที่เหมาะสมคือครึ่งวันถึงเต็มวัน ขึ้นอยู่กับความสนใจในการเดินป่าและถ่ายภาพ ฤดูกาลที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนจัดของฤดูร้อน การเดินทางโดยไม่มีรถส่วนตัวทำได้ยากกว่า แต่ก็มีบริษัททัวร์บางแห่งที่ให้บริการทริปแบบวันเดียว
เมืองโบราณโกลด์ฟิลด์ (Goldfield) และรีดเดอร์ (Rhyolite): ย้อนรอยเหมืองทองคำ
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และเรื่องราวของเมืองผี (Ghost Town) ในยุคตื่นทองของอเมริกา การเดินทางไปยัง Goldfield และ Rhyolite เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เมือง Goldfield เคยเป็นเมืองที่รุ่งเรืองอย่างมากในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ด้วยการขุดพบทองคำและเงิน การเดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 2.5-3 ชั่วโมงจากลาสเวกัส การเดินทางด้วยรถบัสสาธารณะไปยังเมืองเหล่านี้ค่อนข้างจำกัด ทำให้การเช่ารถยนต์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
เมื่อไปถึง Goldfield คุณจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต อาคารเก่าแก่หลายแห่งยังคงตั้งตระหง่านอยู่ เช่น โรงแรม Goldfield Hotel ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหลอนและเรื่องราวเหนือธรรมชาติ และศาลากลางเก่าแก่ คุณสามารถเดินสำรวจเมือง ชมอาคารเก่าๆ และจินตนาการถึงชีวิตในยุคตื่นทอง
ส่วน Rhyolite เป็นเมืองผีที่แท้จริงและน่าสนใจยิ่งกว่า ตั้งอยู่ห่างจาก Goldfield ไปทางเหนือไม่ไกล Rhyolite เคยเป็นหนึ่งในเมืองเหมืองทองที่ใหญ่ที่สุดในเนวาดา แต่ก็ถูกทิ้งร้างอย่างรวดเร็วเมื่อทองคำหมดลง สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือโครงสร้างอาคารเก่าๆ เช่น โรงแรม, คุก, และที่น่าสนใจที่สุดคือ Bottle House ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างจากขวดเปล่าหลายพันขวด นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะจัดวางแปลกๆ ที่เรียกว่า Goldwell Open Air Museum อยู่ใกล้ๆ ซึ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับ Rhyolite
ระยะเวลาที่เหมาะสมคือเต็มวันสำหรับการสำรวจทั้งสองเมือง ฤดูกาลที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเย็นสบาย การเดินทางโดยไม่มีรถส่วนตัวนั้นเป็นไปไม่ได้ ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวเท่านั้น
Goldfield Hotel
📍 1 Main St, Goldfield, NVโรงแรมเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเรื่องผีสิงและประวัติศาสตร์อันยาวนานของยุคตื่นทอง
Bottle House
📍 Rhyolite, NV (สามารถค้นหาได้ง่ายในเมืองผี Rhyolite)บ้านที่สร้างจากขวดเปล่าหลายพันขวด ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของเมืองผี Rhyolite
Goldwell Open Air Museum
📍 15705 NV-374, Beatty, NV (ใกล้กับ Rhyolite)พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งจัดแสดงประติมากรรมขนาดใหญ่ที่แปลกตา ท่ามกลางทิวทัศน์ทะเลทรายอันงดงาม
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน ลาสเวกัส สำหรับ เมืองโบราณโกลด์ฟิลด์ (Goldfield) และรีดเดอร์ (Rhyolite): ย้อนรอยเหมืองทองคำ
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
Pahrump: ไร่องุ่นและการผ่อนคลาย
Pahrump เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์อยู่ห่างจากลาสเวกัสไปทางตะวันตกประมาณ 1 ชั่วโมง เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหาการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ การเดินทางโดยรถยนต์จะสะดวกที่สุด ไม่มีการขนส่งสาธารณะโดยตรงจากลาสเวกัสไปยัง Pahrump ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องไร่องุ่นขนาดเล็ก ซึ่งอาจไม่เป็นที่รู้จักเท่าไร่นาปา แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
จุดเด่นของการมาเยือน Pahrump คือการเยี่ยมชมไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์ คุณสามารถเข้าร่วมทัวร์ชิมไวน์ เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตไวน์ และซื้อไวน์ท้องถิ่นกลับไปเป็นของฝาก ไร่องุ่นใน Pahrump มักจะเปิดให้เข้าชมและมีบรรยากาศที่เป็นกันเองและผ่อนคลาย หลังจากชิมไวน์แล้ว คุณอาจจะลองแวะพักรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารท้องถิ่นในเมือง หรือเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Pahrump Valley Museum เพื่อเรียนรู้เรื่องราวของภูมิภาคนี้
นอกจากนี้ Pahrump ยังเป็นประตูสู่เส้นทางไปยัง Death Valley National Park สำหรับผู้ที่ต้องการผจญภัยต่อไปอีก (แต่ Death Valley มักจะใช้เวลาเต็มวันหรือมากกว่านั้นด้วยตัวเอง) สำหรับทริปแบบสบายๆ Pahrump เพียงพอแล้วที่จะให้คุณผ่อนคลายและสัมผัสกับอีกด้านหนึ่งของเนวาดา
ระยะเวลาที่เหมาะสมคือครึ่งวันถึงเต็มวัน ขึ้นอยู่กับจำนวนไร่องุ่นที่คุณต้องการเยี่ยมชม ฤดูกาลที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศไม่ร้อนจัดเกินไป การเดินทางโดยไม่มีรถส่วนตัวทำได้ยากมาก
Pahrump Valley Winery
★ 4.1📍 3810 Winery Rd, Pahrump, NV· €€ไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในเนวาดา ให้บริการทัวร์ชิมไวน์และมีร้านอาหารบรรยากาศดี
Sanders Family Winery
★ 4.2📍 3780 Manse Rd, Pahrump, NV· €€ไร่องุ่นที่มีความสวยงามและเปิดให้เข้าชม มีไวน์หลากหลายชนิดให้เลือกชิม
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน ลาสเวกัส สำหรับ Pahrump: ไร่องุ่นและการผ่อนคลาย
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
Red Rock Canyon National Conservation Area: สวรรค์ของนักเดินป่า
Red Rock Canyon National Conservation Area อยู่ใกล้ลาสเวกัสมากที่สุด และเป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับการหลีกหนีความวุ่นวายของ Strip เพียงแค่ 30-45 นาทีโดยรถยนต์จากตัวเมือง การขนส่งสาธารณะไปยัง Red Rock Canyon ไม่มีให้บริการ ทำให้คุณต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือเข้าร่วมทัวร์
พื้นที่อนุรักษ์แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องภูเขาหินทรายสีแดงสดที่ตัดกับท้องฟ้าสีคราม เป็นสวรรค์ของนักเดินป่าและนักปีนเขา มีเส้นทางเดินป่าให้เลือกหลากหลายระดับ ตั้งแต่เส้นทางง่ายๆ ที่เหมาะสำหรับครอบครัว ไปจนถึงเส้นทางที่ท้าทายมากขึ้นสำหรับนักปีป่าที่มีประสบการณ์ เส้นทาง Scenic Drive ความยาว 13 ไมล์เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการชมทิวทัศน์หลักๆ ของอุทยานจากภายในรถ โดยมีจุดจอดรถและจุดชมวิวมากมายให้แวะถ่ายรูป
จุดเด่นอื่นๆ ได้แก่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่มีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยา พืช และสัตว์ในท้องถิ่น และเส้นทางเดินป่าแนะนำเช่น Calico Tanks Trail ที่นำไปสู่สระน้ำธรรมชาติ และ Ice Box Canyon Trail ที่ให้ร่มเงาเย็นสบาย อย่าลืมพกน้ำดื่มให้เพียงพอและสวมรองเท้าที่เหมาะสมสำหรับการเดินป่า การเที่ยวชม Red Rock Canyon กับเพื่อนร่วมทริปจาก urlaubspartner.net จะทำให้คุณได้สำรวจเส้นทางเดินป่าที่สวยงามและแบ่งปันประสบการณ์อันน่าประทับใจร่วมกัน
ระยะเวลาที่เหมาะสมคือครึ่งวันถึงเต็มวัน ขึ้นอยู่กับจำนวนเส้นทางเดินป่าที่คุณต้องการสำรวจ ฤดูกาลที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเย็นสบาย การเดินทางโดยไม่มีรถส่วนตัวนั้นเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากไม่มีรถประจำทางเข้าถึง แต่มีรถทัวร์ให้บริการ
Red Rock Canyon Visitor Center
★ 4.8📍 1000 Scenic Loop Dr, Las Vegas, NVศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่มีนิทรรศการให้ความรู้ ร้านขายของที่ระลึก และจุดเริ่มต้นของเส้นทาง Scenic Drive
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน ลาสเวกัส สำหรับ Red Rock Canyon National Conservation Area: สวรรค์ของนักเดินป่า
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
มนุษย์สร้างสิ่งมหัศจรรย์: Seven Magic Mountains
Seven Magic Mountains เป็นงานศิลปะจัดวางกลางแจ้งที่โดดเด่นและเต็มไปด้วยสีสัน สร้างสรรค์โดยศิลปิน Ugo Rondinone ตั้งอยู่กลางทะเลทรายโมฮาวี ห่างจากลาสเวกัสไปทางใต้เพียงประมาณ 20-30 นาทีโดยรถยนต์ ทำให้เป็นทริปสั้นๆ ที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการชมอะไรที่แตกต่างและถ่ายรูปสวยๆ การไม่มีระบบขนส่งสาธารณะหมายความว่าคุณจำเป็นต้องมีรถยนต์ส่วนตัวหรือใช้บริการรถแท็กซี่/รถร่วมเดินทาง
งานประติมากรรมนี้ประกอบด้วยเสาหินขนาดใหญ่เจ็ดเสาที่ซ้อนกัน แต่ละเสาสูงกว่า 30 ฟุต และทาสีด้วยสีสันสดใสสะดุดตา ตัดกับฉากหลังของภูเขาและทะเลทรายได้อย่างน่าทึ่ง มันเป็นโปรเจกต์ที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาเยี่ยมชมและถ่ายรูป
การเยี่ยมชม Seven Magic Mountains เป็นกิจกรรมที่ง่ายและรวดเร็ว คุณสามารถจอดรถริมถนนและเดินเข้าไปชมงานศิลปะได้อย่างอิสระ ไม่มีค่าเข้าชม และใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงในการเดินเล่น ถ่ายรูป และชื่นชมผลงาน นอกจากจะเป็นจุดถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการหยุดพักระหว่างการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ เช่น เขื่อนฮูเวอร์หรือแกรนด์แคนยอน
ระยะเวลาที่เหมาะสมคือ 1-2 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวัน ฤดูกาลที่ดีที่สุดคือตลอดปี แต่ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงช่วงกลางวันในฤดูร้อนที่ร้อนจัด การเดินทางโดยไม่มีรถส่วนตัวนั้นเป็นไปได้ยาก แต่สามารถใช้บริการรถแท็กซี่หรือ ride-sharing ได้ แต่จะค่อนข้างมีราคาแพง
Seven Magic Mountains
📍 S Las Vegas Blvd, Sloan, NV (เข้าถึงได้ง่ายจาก I-15)งานศิลปะจัดวางกลางแจ้งขนาดใหญ่เจ็ดเสาหินทาสีสดใสกลางทะเลทราย เหมาะแก่การถ่ายรูปและชื่นชมความสร้างสรรค์
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน ลาสเวกัส สำหรับ มนุษย์สร้างสิ่งมหัศจรรย์: Seven Magic Mountains
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
การวางแผนทริปขับรถจากลาสเวกัส: เคล็ดลับสำหรับนักเดินทาง
การวางแผนทริปขับรถไปเช้าเย็นกลับจากลาสเวกัสเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่นและสนุกสนาน ก่อนอื่น ให้พิจารณาว่าคุณต้องการเห็นอะไรและกิจกรรมประเภทใดที่คุณสนใจ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ หรือการผ่อนคลาย หลังจากเลือกจุดหมายปลายทางได้แล้ว ให้ตรวจสอบสภาพอากาศและการจราจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดหรือฤดูกาลท่องเที่ยว
การเดินทางส่วนใหญ่จากลาสเวกัสไปยังจุดหมายปลายทางเหล่านี้จำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว หากคุณไม่มีรถยนต์ การเช่ารถเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด บริษัทเช่ารถส่วนใหญ่มีสำนักงานตั้งอยู่ที่สนามบินและทั่วเมือง การเปรียบเทียบราคาและจองล่วงหน้าจะช่วยให้คุณได้ราคาที่ดีที่สุด หากคุณมากับเพื่อนร่วมเดินทางจาก Travel Buddy Community การแชร์ค่ารถและค่าน้ำมันจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางในทะเลทราย พกน้ำดื่มให้เพียงพอ (มากกว่าที่คุณคิดว่าจำเป็น) ของว่างติดตัว ครีมกันแดด หมวก และแว่นกันแดดเสมอ โทรศัพท์มือถือควรชาร์จเต็มและควรมีแผนที่สำรองในกรณีที่สัญญาณโทรศัพท์ขาดหายไป ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถของคุณอยู่ในสภาพดีก่อนออกเดินทาง และเติมน้ำมันให้เต็มถัง โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลซึ่งสถานีบริการน้ำมันหายาก
สุดท้ายนี้ การแต่งกายให้เหมาะสมกับกิจกรรมและสภาพอากาศก็เป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าเดินป่าสำหรับอุทยานแห่งชาติ หรือเสื้อผ้าที่สบายๆ สำหรับการเยี่ยมชมไร่องุ่น การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับการผจญภัยนอกลาสเวกัสได้อย่างเต็มที่