ทริปวันเดียวจาก ลิสบอน: จุดหมายปลายทาง & ทัวร์ที่ดีที่สุด 2026
ลิสบอน เมืองหลวงที่มีชีวิตชีวาของโปรตุเกส ไม่ได้มีแค่เสน่ห์ของถนนหนทางหินกรวด อาคารสีพาสเทล และเสียงเพลงฟาดูอันจับใจเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูสู่การผจญภัยที่น่าตื่นเต้นอีกมากมายทั่วภูมิภาค หนึ่งในข้อดีของการท่องเที่ยวลิสบอนคือการที่เมืองนี้ตั้งอยู่ใจกลาง ทำให้การเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่า ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ หรือชายหาด การสำรวจรอบๆ ลิสบอนจะเพิ่มความหลากหลายและเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางของคุณให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
การวางแผนทริปแบบไปเช้าเย็นกลับจากลิสบอนนั้นไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด ด้วยเครือข่ายการขนส่งสาธารณะที่ยอดเยี่ยม ทั้งรถไฟ รถประจำทาง และเรือเฟอร์รี่ คุณสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขับรถหรือค่าเช่ารถยนต์ แม้ว่าการเช่ารถจะให้ความยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับบางเส้นทาง แต่หลายๆ จุดหมายก็สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเลย เหมาะสำหรับนักเดินทางคนเดียวที่อยากออกไปสำรวจโลกกว้าง และอาจต้องการหาเพื่อนร่วมทางจาก urlaubspartner.net (Travel Buddy Community) เพื่อแบ่งปันค่าใช้จ่ายและประสบการณ์ร่วมกัน
คู่มือนี้จะนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากลิสบอน โดยครอบคลุมทั้งเมืองประวัติศาสตร์ ชายฝั่งทะเลอันงดงาม ไร่องุ่นน่ารื่นรมย์ อุทยานแห่งชาติที่เงียบสงบ และหมู่บ้านบนภูเขาที่น่าค้นหา เราจะเจาะลึกถึงวิธีการเดินทาง กิจกรรมที่น่าสนใจ ระยะเวลาที่เหมาะสม ฤดูกาลที่ดีที่สุด และเคล็ดลับการเดินทางโดยไม่ต้องใช้รถยนต์ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนทริปได้อย่างมั่นใจและเพลิดเพลินกับการผจญภัยนอกเมืองอย่างเต็มที่ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสำรวจโปรตุเกสในมุมมองที่แตกต่างออกไปจากลิสบอน
เมืองเทพนิยายซินตรา (Sintra)
ซินตราเป็นเมืองที่เปรียบเสมือนหลุดออกมาจากหนังสือนิทาน ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขาเขียวขจีอันเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ห่างจากลิสบอนเพียงไม่กี่กิโลเมตร ที่นี่เต็มไปด้วยพระราชวังอันวิจิตรปราณีต ปราสาทโบราณ และสวนสาธารณะลึกลับ ทำให้ซินตราเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ สำหรับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ
การเดินทางไปยังซินตราสะดวกสบายอย่างยิ่งด้วยรถไฟ คุณสามารถขึ้นรถไฟได้จากสถานี Rossio ในลิสบอน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ค่าตั๋วโดยประมาณอยู่ที่ ~€5-10 ต่อเที่ยว เมื่อไปถึงซินตรา คุณสามารถใช้บริการรถประจำทางท้องถิ่น (เช่น สาย 434) เพื่อเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ หรือจะเดินเท้าสำหรับบางจุดที่อยู่ใกล้กันก็ได้ ที่นี่เหมาะสำหรับการเที่ยวเต็มวัน เพราะมีสถานที่ให้สำรวจมากมาย การมาเยือนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) หรือฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) จะมีอากาศที่สบายและไม่หนาแน่นเท่าช่วงฤดูร้อน คุณไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์ส่วนตัวสำหรับการเดินทางมายังซินตรา โดยเฉพาะเมื่อคุณมีเพื่อนร่วมเดินทางจาก urlaubspartner.net ที่จะมาช่วยเป็นเพื่อนร่วมทางในการสำรวจจุดต่างๆ ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ
พระราชวังแห่งชาติเปนา (Pena Palace)
★ 4.6📍 Estrada da Pena, Sintra· €€พระราชวังสีพาสเทลสดใสอันเป็นสัญลักษณ์ของซินตรา ผสมผสานสถาปัตยกรรมหลายยุคสมัยและวิวทิวทัศน์อันตระการตา
กวินตา ดา เรกาเลรา (Quinta da Regaleira)
★ 4.8📍 Rua Barbosa do Bocage, Sintra· €€คฤหาสน์ลึกลับพร้อมสวน Moorish ที่มีหอคอย บ่อน้ำลึกลับ (Initiation Well) และอุโมงค์ใต้ดินซับซ้อน
พระราชวังแห่งชาติซินตรา (Sintra National Palace)
★ 4.3📍 Largo Rainha Dona Amélia, Sintra· €€พระราชวังที่ประทับของราชวงศ์โปรตุเกสที่มีปล่องไฟรูปกรวยขนาดใหญ่เป็นเอกลักษณ์และกระเบื้อง Azulejo ที่สวยงาม
ปราสาทมัวร์ (Castle of the Moors)
★ 4.5📍 Estrada da Pena, Sintra· €€ซากปราสาทโบราณที่ตั้งอยู่บนยอดเขา มองเห็นวิวทิวทัศน์ของซินตราและมหาสมุทรแอตแลนติก
ชายหาดสวยงาม ณ กัสไกส์ (Cascais) และเอสโตริล (Estoril)
สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองและสัมผัสกับบรรยากาศริมทะเล จุดหมายปลายทางอย่างกัสไกส์และเอสโตริลเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม ทั้งสองเมืองชายฝั่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากลิสบอนไปทางตะวันตกไม่ไกล สามารถเดินทางไปมาได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพักผ่อนแบบไปเช้าเย็นกลับ
คุณสามารถเดินทางไปยังกัสไกส์ได้โดยรถไฟจากสถานี Cais do Sodré ในลิสบอน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที มีรถไฟออกทุก 20 นาที ค่าตั๋วโดยประมาณอยู่ที่ ~€5-10 ต่อเที่ยว เอสโตริลจะอยู่ก่อนถึงกัสไกส์หนึ่งสถานี การเดินทางด้วยรถไฟริมชายฝั่งนี้ให้ทัศนียภาพที่สวยงามตลอดทาง กัสไกส์เป็นเมืองชาวประมงเก่าแก่ที่มีเสน่ห์ มีหาดทรายสวยงาม เช่น Praia da Rainha และ Praia da Conceição ให้คุณได้ผ่อนคลาย อาบแดด หรือจะเช่าจักรยานปั่นเลียบชายฝั่งไปยังจุดชมวิว Cabo da Roca ก็ได้ ส่วนเอสโตริลเป็นที่รู้จักจากคาสิโน Estoril Casino ซึ่งเคยเป็นแรงบันดาลใจให้กับเรื่องราวของเจมส์ บอนด์ ทั้งสองเมืองเหมาะสำหรับการเที่ยวแบบครึ่งวันหรือเต็มวัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการทำกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเลและกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ก็คนเยอะ ส่วนฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงก็ยังคงมีอากาศอบอุ่นและสบาย คุณไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์ในการเดินทางมาที่นี่เลย
Praia da Rainha (หาดราชินี)
★ 4.6📍 Cascais· €หาดทรายเล็กๆ ที่สวยงามราวกับภาพวาด ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกัสไกส์ เหมาะกับการพักผ่อนและถ่ายรูป
Boca do Inferno (ปากนรก)
★ 4.5📍 Cascais· €หน้าผาหินงดงามที่คลื่นทะเลกัดเซาะจนเกิดเป็นถ้ำและช่องว่างขนาดใหญ่ ให้เสียงคลื่นที่น่าประทับใจ
Estoril Casino
★ 4.1📍 Av. Dr. Fernando Vasques 11, Estoril· €€€คาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและเป็นแรงบันดาลใจของเจมส์ บอนด์ นอกจากเล่นเกมแล้วยังมีโชว์และร้านอาหาร
Cabo da Roca
★ 4.7📍 Azóia, Colares· €จุดตะวันตกสุดของทวีปยุโรปแผ่นดินใหญ่ มีประภาคารและทิวทัศน์มหาสมุทรอันกว้างใหญ่
เมืองมรดกโลกออบิดูซ (Óbidos)
ออบิดูซเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีกำแพงล้อมรอบดั่งปราสาทในฝัน ตั้งอยู่บนเนินเขาอันงดงาม และยังคงรักษาสภาพบ้านเรือนแบบดั้งเดิมที่มีสีขาวสะอาด หลังคากระเบื้องสีส้ม และดอกไม้ประดับประดาไว้เป็นอย่างดี เดินเล่นไปตามถนนหินแคบๆ ที่คดเคี้ยว สัมผัสบรรยากาศย้อนยุค และลิ้มลอง Ginja de Óbidos ซึ่งเป็นเหล้าเชอร์รี่ท้องถิ่นเสิร์ฟในแก้วช็อกโกแลต
การเดินทางไปออบิดูซสามารถทำได้โดยรถประจำทางจากสถานี Campo Grande ในลิสบอน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที – 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าตั๋วโดยประมาณอยู่ที่ ~€10-15 ต่อเที่ยว เมื่อไปถึงแล้ว คุณสามารถเดินสำรวจเมืองได้ทั่วถึง ออบิดูซเหมาะสำหรับการเที่ยวแบบครึ่งวัน หรือเต็มวันหากคุณต้องการใช้เวลาสำรวจร้านค้า หอศิลป์ และกำแพงเมืองทั้งหมด ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม เพราะอากาศกำลังสบายและผู้คนไม่พลุกพล่านเท่าฤดูร้อน ที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว เนื่องจากเมืองมีขนาดเล็กและสามารถเดินสำรวจได้สะดวก การได้เดินสำรวจกำแพงเมืองเก่ากับเพื่อนร่วมทางจาก urlaubspartner.net จะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ
Castelo de Óbidos (ปราสาทออบิดูซ)
★ 4.6📍 Óbidos· €ปราสาทในยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงแรมและเป็นจุดชมวิวเมืองที่ดีเยี่ยม
Porta da Vila
★ 4.5📍 Óbidos· €ประตูทางเข้าหลักของเมืองที่ตกแต่งด้วยกระเบื้อง Azulejo สวยงาม เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสำรวจ
Igreja de Santa Maria
★ 4.4📍 Praça de Santa Maria, Óbidos· €โบสถ์เก่าแก่ประจำเมืองที่มีสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลลอีนและภายในตกแต่งอย่างสวยงาม
เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำเซตูบัล (Setúbal) และอุทยานธรรมชาติ Serra da Arrábida
อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจคือการเดินทางไปยังเซตูบัล เมืองริมแม่น้ำที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่ และอุทยานธรรมชาติ Serra da Arrábida ที่มีทิวทัศน์ภูเขา ชายหาด และป่าไม้ที่งดงาม การเดินทางไปเซตูบัลจากลิสบอนนั้นสะดวกสบาย แต่การสำรวจอุทยานอาจจะดีกว่าหากมีรถยนต์ส่วนตัว หรือจองทัวร์ท้องถิ่นที่จัดขึ้น
คุณสามารถเดินทางไปยังเซตูบัลได้โดยรถไฟจากสถานี Roma-Areeiro หรือ Entrecampos ในลิสบอน หรือจะใช้บริการเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือ Cais do Sodré ข้ามแม่น้ำ Tejo ไปยัง Barreiro แล้วต่อรถไฟ/รถบัสไปยังเซตูบัลก็ได้ ทั้งสองวิธีใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าตั๋วโดยประมาณอยู่ที่ ~€10-15 ต่อเที่ยว เมื่อไปถึงเซตูบัล อย่าพลาดชิม Choco Frito (ปลาหมึกทอด) อันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง สำหรับอุทยาน Serra da Arrábida โดดเด่นด้วยหน้าผาสีขาวที่ตัดกับมหาสมุทรสีฟ้าคราม และชายหาดลับที่สวยงาม เช่น Praia da Figueirinha และ Praia dos Galapinhos ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในยุโรป การเดินทางไปยังชายหาดเหล่านี้จากเซตูบัลจะสะดวกหากมีรถยนต์ แต่ก็มีรถประจำทางท้องถิ่นบางสายให้บริการในช่วงฤดูร้อน เหมาะสำหรับการเที่ยวเต็มวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน แม้การท่องเที่ยวในอุทยานจะสะดวกด้วยรถยนต์ แต่การใช้บริการรถบัสสาธารณะหรือทัวร์ก็เป็นวิธีที่ดีในการสำรวจได้โดยไม่ต้องขับรถ
Castelo de São Filipe
★ 4.5📍 Setúbal· €ป้อมปราการประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมือง ชมวิวทิวทัศน์เมืองเซตูบัล แม่น้ำ Sado และมหาสมุทร
Mercado do Livramento
★ 4.4📍 Avenida Luísa Todi, Setúbal· €ตลาดสดที่มีชีวิตชีวา ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่ ผักผลไม้ และสินค้าท้องถิ่นต่างๆ
Praia dos Galapinhos
★ 4.8📍 Parque Natural da Arrábida, Setúbal· €ชายหาดที่ได้รับการโหวตว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป มีน้ำทะเลใสและทรายขาวละเอียด
เมืองประวัติศาสตร์เอโวรา (Évora) และหินใหญ่แห่งอเมนดรา (Cromeleque dos Almendres)
เอโวราเป็นอีกหนึ่งเมืองมรดกโลกของยูเนสโกที่ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคอลันเตโจ (Alentejo) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็น 'พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง' ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานตั้งแต่ยุคโรมันและอิทธิพลของชาวมัวร์ ทำให้เอโวราเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและเรื่องราวที่น่าสนใจ
การเดินทางไปยังเอโวราสามารถทำได้โดยรถไฟจากสถานี Oriente หรือ Sete Rios ในลิสบอน หรือรถประจำทางจากสถานี Sete Rios ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที – 2 ชั่วโมง ค่าตั๋วโดยประมาณอยู่ที่ ~€15-20 ต่อเที่ยว เมื่อไปถึงแล้ว คุณสามารถเดินสำรวจเมืองเก่าได้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับการเดินทางไปยังหินใหญ่แห่งอเมนดรา (Cromeleque dos Almendres) ซึ่งเป็นกลุ่มหินตั้งอายุ 7,000 ปี ต้องใช้รถแท็กซี่ รถประจำทางท้องถิ่น (ไม่บ่อยนัก) หรือจองทัวร์ เอโวราเหมาะสำหรับการเที่ยวเต็มวัน เพื่อให้คุณมีเวลาสำรวจมหาวิหาร โบสถ์โครงกระดูก และลิ้มลองอาหารท้องถิ่น ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด อากาศจะเย็นสบายและไม่ร้อนจัด ไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์สำหรับการสำรวจในตัวเมืองเอโวรา แต่ถ้าอยากเห็น Cromeleque dos Almendres ก็อาจจะต้องพึ่งพาการเดินทางเพิ่มเติม
มหาวิหารเอโวรา (Évora Cathedral)
★ 4.5📍 Largo do Marquês de Marialva, Évora· €มหาวิหารสไตล์โกธิกโรมันสูงตระหง่าน ชมวิวพาโนรามาจากหลังคา
โบสถ์กระดูก (Capela dos Ossos)
★ 4.4📍 Praça 1º de Maio, Évora· €โบสถ์ที่มีผนังและเสาประดับด้วยกะโหลกและกระดูกมนุษย์นับพันชิ้น เป็นประสบการณ์ที่น่าขนลุก
วิหารโรมันแห่งเอโวรา (Roman Temple of Évora)
★ 4.4📍 Largo Conde de Vila Flor, Évora· €ซากวิหารโรมันโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ท่ามกลางอาคารยุคกลาง
Cromeleque dos Almendres
★ 4.6📍 Guadalupe, Évora· €กลุ่มหินตั้งยุคหินใหม่ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในยุโรป เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์โบราณที่น่าทึ่ง
เที่ยวเมืองชายฝั่งมาฟรา (Mafra) และเอริเซรา (Ericeira)
สำหรับผู้ที่มองหาการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมอันงดงามและการผ่อนคลายริมทะเล การเดินทางไปยังมาฟราและเอริเซราเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ มาฟราเป็นที่ตั้งของพระราชวังแห่งชาติมาฟราอันโอ่อ่า ส่วนเอริเซราคือเมืองชาวประมงที่มีชีวิตชีวาและเป็นสวรรค์ของนักเล่นเซิร์ฟ
การเดินทางไปยังมาฟราสามารถทำได้โดยรถประจำทางจากสถานี Campo Grande หรือ Colégio Militar/Luz ในลิสบอน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าตั๋วโดยประมาณอยู่ที่ ~€5-10 ต่อเที่ยว เมื่อคุณสำรวจพระราชวังมาฟราเสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถต่อรถประจำทางจากมาฟราไปยังเอริเซราได้อีกประมาณ 20-30 นาที ซึ่งมีรถออกค่อนข้างบ่อย เอริเซราเป็นเมืองชายฝั่งที่สวยงาม มีหาดทรายที่เหมาะกับการพักผ่อนและเป็น World Surfing Reserve แห่งแรกของยุโรป คุณสามารถเดินเล่นในเมืองเก่า ชิมอาหารทะเลสดๆ หรือชมพระอาทิตย์ตกดินริมทะเล ทั้งสองเมืองเหมาะสำหรับการเที่ยวเต็มวัน โดยเฉพาะในฤดูร้อนหากคุณต้องการเล่นน้ำหรือเรียนเล่นเซิร์ฟ แต่ถ้าไปเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงก็ยังคงเดินเที่ยวได้สบาย ไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์ส่วนตัวสำหรับการเดินทางระหว่างลิสบอน-มาฟรา-เอริเซรา เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะค่อนข้างเชื่อมโยงกันดี
พระราชวังแห่งชาติมาฟรา (Mafra National Palace)
★ 4.6📍 Terreiro D. João V, Mafra· €€พระราชวังขนาดใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก มีห้องสมุดที่มีชื่อเสียงและสถาปัตยกรรมแบบบาโรคอันงดงาม
Praia dos Pescadores (หาดชาวประมง)
★ 4.5📍 Ericeira· €ชายหาดใจกลางเมืองเอริเซราที่เต็มไปด้วยเรือประมงสีสันสดใส และเป็นจุดชมวิถีชีวิตชาวประมง
Ribas Marisqueira
★ 4.4📍 Rua Dr. Miguel Bombarda 10-12, Ericeira· €€€ร้านอาหารทะเลชื่อดังในเอริเซรา ให้บริการอาหารทะเลสดใหม่ในบรรยากาศสบายๆ
สำรวจไวน์และธรรมชาติที่โอลีวาส เด ซานโต อันเดร (Oeiras) และซังตารึช (Santarém)
ถึงแม้โปรตุเกสจะขึ้นชื่อเรื่องไวน์ แต่หลายคนอาจคิดว่าต้องเดินทางไปถึงภูมิภาค Alto Douro ที่อยู่ทางตอนเหนือ อย่างไรก็ตาม จริงๆ แล้วมีไร่องุ่นและสวนมะกอกที่น่าสนใจใกล้กับลิสบอนเช่นกัน รวมถึงเมือง Santarém ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค Ribatejo ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญ
โอลีวาส เด ซานโต อันเดร (Oeiras) เป็นจุดที่อยู่ใกล้ลิสบอนมากที่สุด สามารถเดินทางด้วยรถไฟสาย Cascais (จากสถานี Cais do Sodré) ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ที่นี่มีสวนสาธารณะ Marques de Pombal Garden และชายฝั่งที่สวยงาม รวมถึง Quinta do Marquês de Pombal ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่ถ้าคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์ไวน์แท้ๆ และทิวทัศน์ชนบทแบบโปรตุเกสมากขึ้น การเดินทางไปซังตารึช (Santarém) นั้นเป็นทางเลือกที่ดีกว่า คุณสามารถเดินทางโดยรถไฟจากสถานี Santa Apolónia หรือ Oriente โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที – 1 ชั่วโมง 15 นาที ค่าตั๋วโดยประมาณอยู่ที่ ~€10-20 ต่อเที่ยว ซังตารึชเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงเรื่องงานฝีมือและวัฒนธรรม โดยเฉพาะการเต้นรำม้าและงานวัวกระทิง นอกจากนี้ ยังมีไร่องุ่นหลายแห่งในพื้นที่ Ribatejo ที่สามารถจัดทัวร์ชิมไวน์ได้ แต่จำเป็นต้องจองล่วงหน้าและอาจต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือแท็กซี่เพื่อเดินทางไปถึงไร่องุ่นเหล่านั้น เหมาะสำหรับทริปเต็มวัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวองุ่น (กันยายน) ถ้าคุณเดินทางไปซังตารึชเพื่อเที่ยวในตัวเมืองเองก็ไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์
สวนสาธารณะ Marques de Pombal Garden
★ 4.5📍 Oeiras· €สวนสวยงามพร้อมน้ำพุและศาลา เหมาะสำหรับการเดินเล่นและพักผ่อนหย่อนใจ
Igreja da Graça
★ 4.5📍 Praça da Graça, Santarém· €โบสถ์สไตล์โกธิกที่งดงามในซังตารึช มีส่วนยอดแหลมที่โดดเด่นและรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ
Casa Cadaval
★ 4.8📍 Muge, Santarém dist.· €€€ไร่องุ่นเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี ให้บริการทัวร์ชิมไวน์และผลิตไวน์คุณภาพสูง (แนะนำให้จองล่วงหน้า)
เคล็ดลับการวางแผนทริปแบบไปเช้าเย็นกลับจากลิสบอน
การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดและประหยัดเวลา
ขั้นแรก เลือกจุดหมายปลายทางที่ตรงกับความสนใจของคุณมากที่สุด และตรวจสอบฤดูกาลที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางนั้นๆ ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) มักเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับหลายๆ ที่ เนื่องจากอากาศไม่ร้อนจัดและนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าฤดูร้อน แต่ถ้าจุดหมายปลายทางของคุณคือชายหาด ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) ก็เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด
การเดินทางด้วยรถไฟหรือรถประจำทางส่วนใหญ่เป็นวิธีที่สะดวกและประหยัดที่สุดสำหรับนักเดินทางคนเดียวหรือผู้ที่เดินทางกับเพื่อนร่วมทางจาก urlaubspartner.net ใช้บัตร Viva Viagem (เติมเงิน) สำหรับระบบขนส่งสาธารณะในลิสบอนและสามารถใช้กับรถไฟบางสายไปยังชานเมืองได้ด้วย ตรวจสอบตารางเวลาเดินรถล่วงหน้า โดยเฉพาะเที่ยวกลับ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะกลับถึงลิสบอนได้ทันเวลา
เตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ รองเท้าที่เดินสบาย น้ำดื่ม และของว่างพกติดตัวไปด้วย หากคุณเดินทางไปในช่วงฤดูร้อน อย่าลืมครีมกันแดด หมวก และแว่นกันแดด หากจะไปที่ที่เป็นธรรมชาติหรือปีนเขา ควรมีแผนสำรองเผื่อในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย การมีเพื่อนร่วมเดินทางจะช่วยเสริมความสนุกและช่วยแนะนำสถานที่ใหม่ๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน