ทริปวันเดียวจาก มาเดรา: จุดหมายปลายทาง & ทัวร์ที่ดีที่สุด 2026
มาเดรา หรือที่รู้จักกันในนาม 'ไข่มุกแห่งแอตแลนติก' ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางที่น่าทึ่งในตัวมันเองเท่านั้น ด้วยภูมิทัศน์ที่หลากหลายจากภูเขาเขียวขจีไปจนถึงหน้าผาอันน่าทึ่ง แต่ยังเป็นประตูสู่การผจญภัยที่น่าตื่นเต้นอีกมากมายทั่วเกาะ และบางครั้งถึงกับข้ามไปยังเกาะใกล้เคียง ในฐานะนักเดินทางเดี่ยวที่กำลังมองหาคู่หูที่ urlaubspartner.net (Travel Buddy Community) คุณจะพบว่าทริปท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเหล่านี้เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเชื่อมสัมพันธ์และสร้างความทรงจำที่ไม่มีวันลืมไปพร้อมกับสำรวจความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคนี้
คู่มือฉบับนี้ถูกรวบรวมขึ้นเพื่อช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางได้อย่างราบรื่นครอบคลุมทุกสิ่งตั้งแต่หมู่บ้านประวัติศาสตร์ริมผาไปจนถึงสระว่ายน้ำธรรมชาติระยิบระยับ เราจะสำรวจวิธีการเดินทาง สิ่งที่ควรเห็นและทำ ระยะเวลาที่เหมาะสม และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม โดยคำนึงถึงว่าคุณจะเดินทางด้วยรถยนต์สาธารณะหรือมีรถส่วนตัว
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชื่นชอบธรรมชาติ นักสำรวจประวัติศาสตร์ หรือเพียงแค่มองหาการผ่อนคลายริมชายฝั่ง มาเดราและสภาพแวดล้อมใกล้เคียงมีบางสิ่งที่จะมอบให้คุณเสมอ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์อันงดงาม ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่เข้มข้น และแน่นอน อาหารอร่อยๆ ด้วยข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ การวางแผนวันหยุดพักผ่อนจากฟุงชาลจะเป็นเรื่องง่าย ให้เรามาเริ่มเดินทางกันเลย!
การเดินทางสู่ป่าลึก: เลวาดาสและภูเขา
มาเดรามีชื่อเสียงโด่งดังจากเครือข่ายเลวาดาส (levadas) ซึ่งเป็นคลองชลประทานโบราณที่ไหลผ่านภูเขาและป่าไม้เขียวชอุ่ม ให้คุณได้เดินป่าที่ยากจะลืมเลือน การเดินทางไปยังเส้นทางเดินป่าเหล่านี้มักใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1.5 ชั่วโมงโดยรถยนต์หรือรถบัส ขึ้นอยู่กับเส้นทางเดินที่คุณเลือก เส้นทางที่นิยมได้แก่ เลวาดา ดาส 25 ฟอนเตส (Levada das 25 Fontes) และวอร์เรลโด (Vereda do Fanal) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยรถบัสท่องเที่ยวหรือแท็กซี่ประมาณ ~€20–40 ต่อคนสำหรับไป-กลับ การเดินป่าแต่ละเส้นทางอาจใช้เวลาตั้งแต่ครึ่งวันถึงเต็มวัน การเดินทางแบบนี้เหมาะที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ซึ่งอากาศดีและเมฆไม่บดบังทัศนียภาพ การสำรวจเส้นทางเหล่านี้กับเพื่อนร่วมเดินทางจาก urlaubspartner.net จะเพิ่มความสนุกและปลอดภัยให้กับการผจญภัยของคุณ
ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับความงามของป่าลอเรลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO สูดอากาศบริสุทธิ์ และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่งดงามของน้ำตกและหุบเขาที่ซ่อนอยู่ เส้นทางส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้รถส่วนตัว โดยมีบริษัททัวร์ท้องถิ่นให้บริการรับส่งจากฟุงชาล แต่การมีรถยนต์ส่วนตัวจะให้ความยืดหยุ่นมากกว่า สถานที่สำคัญที่ต้องไปเยือนคือจุดชมวิวปิโก้ อารีโร (Pico Areeiro) และปิโก้ รูอิโว (Pico Ruivo) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะที่สามารถเข้าถึงได้และมีเส้นทางเชื่อมถึงกัน เหมาะสำหรับการเที่ยวแบบเต็มวัน
ปิโก้ อารีโร (Pico Areeiro)
📍 มาเดราจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับสามของมาเดรา มองเห็นทิวทัศน์ภูเขาที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบทัศนียภาพอันงดงาม
เลวาดา ดาส 25 ฟอนเตส (Levada das 25 Fontes)
📍 ราบายัล, มาเดราเส้นทางเดินป่ายอดนิยมที่พาคุณผ่านป่าเขียวชอุ่มไปยังน้ำตกและสระน้ำธรรมชาติ 25 แห่ง ต้องเดินเท้าประมาณ 3-4 ชั่วโมง
ปิโก้ รูอิโว (Pico Ruivo)
📍 มาเดรายอดเขาที่สูงที่สุดของมาเดรา มอบทัศนียภาพแบบพาโนรามา 360 องศา เส้นทางเดินป่าจากปิโก้ อารีโรไปยังปิโก้ รูอิโวเป็นหนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดในยุโรป
ป่าแฟนาล (Fanal Forest)
📍 พอร์ตโต โมนิซ, มาเดราป่าลอเรลโบราณที่ขึ้นชื่อเรื่องต้นไม้บิดเบี้ยวและบรรยากาศลึกลับ มักมีหมอกปกคลุม เหมาะสำหรับการถ่ายภาพและเดินเล่นสบายๆ
ความงดงามทางทะเล: สำรวจชายฝั่งและสระว่ายน้ำธรรมชาติ
ชายฝั่งทางทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือของมาเดราเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงที่มีเสน่ห์และสระว่ายน้ำธรรมชาติที่เกิดจากลาวาอันเป็นเอกลักษณ์ การเดินทางจากฟุงชาลไปยังพอร์ตโต โมนิซ (Porto Moniz) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสระว่ายน้ำธรรมชาติที่มีชื่อเสียงสามารถทำได้โดยรถยนต์ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือโดยรถบัสสาธารณะ (สาย 139 หรือ 142) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง และมีค่าใช้จ่ายประมาณ ~€5–10 ต่อเที่ยว หากเลือกใช้บริการรถบัสสาธารณะควรวางแผนการเดินทางให้ดีเนื่องจากตารางเวลามีจำกัด การเที่ยวที่นี่เหมาะสำหรับใช้เวลาเต็มวัน เพื่อให้คุณได้มีเวลาผ่อนคลายในน้ำเย็นสดชื่นและสำรวจหมู่บ้านชายทะเล
ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมเพื่อสัมผัสกับน้ำทะเลอุ่นและหาดทรายที่น่าสนใจ เช่น หาดซานตา ครูซ (Santa Cruz) หรือคาลเฮต้า (Calheta) สำหรับผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางเป็นกลุ่มกับทัวร์รถมินิบัสเป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งมักรวมการหยุดพักที่จุดชมวิวอื่นๆ เช่น ริมผาคาบู จิเรา (Cabo Girão) หรือหมู่บ้านที่งดงามของกามาชา (Camacha) ทริปเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้คุณได้สัมผัสความงามของชายฝั่งแต่ยังได้ลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่ในร้านอาหารริมทะเลอีกด้วย
สระว่ายน้ำธรรมชาติพอร์ตโต โมนิซ (Porto Moniz Natural Pools)
★ 4.6📍 พอร์ตโต โมนิซ· €สระว่ายน้ำธรรมชาติที่เกิดจากลาวาอันเป็นเอกลักษณ์และสวยงาม เป็นสถานที่ที่ต้องมาเยือนสำหรับการว่ายน้ำและผ่อนคลายในน้ำทะเลใสสะอาด บรรยากาศเงียบสงบและเหมาะกับทุกเพศทุกวัย
คาบู จิเรา (Cabo Girão)
★ 4.7📍 กามาเรีย เด ลอบอสหน้าผาที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป มีพื้นกระจก 'Skywalk' ให้เดินชมวิวทะเลที่น่าตื่นตระหนก เหมาะสำหรับผู้ที่กล้าหาญและต้องการภาพถ่ายที่น่าประทับใจ
หาดคาลเฮต้า (Calheta Beach)
📍 คาลเฮต้าหนึ่งในไม่กี่แห่งในมาเดราที่มีหาดทรายสีทอง นำเข้าจากโมร็อกโก เหมาะสำหรับการพักผ่อนริมทะเล ว่ายน้ำ และเล่นน้ำกับครอบครัว
หมู่บ้านกามาเรีย เด ลอบอส (Câmara de Lobos)
★ 4.4📍 กามาเรีย เด ลอบอสหมู่บ้านชาวประมงที่มีเสน่ห์ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับวินสตัน เชอร์ชิลล์ มีท่าเรือที่งดงาม บ้านเรือนหลากสีสัน และร้านอาหารทะเลสดๆ มากมาย
การเดินทางข้ามทะเล: เกาะปอร์โต ซันโต
สำหรับประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป การเดินทางไปยังเกาะปอร์โต ซันโต (Porto Santo) เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม เกาะเล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากมาเดราประมาณ 2.5 ชั่วโมงโดยเรือเฟอร์รี่ เป็นที่รู้จักจากชายหาดทรายสีทองความยาว 9 กิโลเมตรที่ว่ากันว่ามีคุณสมบัติในการรักษาพยาบาล การเดินทางโดยเรือเฟอร์รี่ไป-กลับมีราคาประมาณ ~€50–80 และควรจองล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยว นี่เป็นทริปแบบเต็มวันและแนะนำให้ไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อให้แน่ใจว่าอากาศจะอบอุ่นพอสำหรับการอาบแดดและว่ายน้ำ
ปอร์โต ซันโตมอบความสงบเงียบและความผ่อนคลายอย่างแท้จริง ซึ่งแตกต่างจากลักษณะภูเขาของมาเดราอย่างสิ้นเชิง คุณสามารถเช่าจักรยานยนต์หรือรถจักรยานเพื่อสำรวจเกาะได้ หรือเพียงแค่ผ่อนคลายบนหาดทราย นอกจากชายหาดแล้วยังมีพิพิธภัณฑ์บ้านของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Casa-Museu Cristóvão Colombo) และจุดชมวิวที่สวยงาม เช่น มิราดูโร ดา ฟลอร่า (Miradouro da Portela) การเดินทางไปปอร์โต ซันโตเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายและสัมผัสกับความงามของธรรมชาติอีกรูปแบบหนึ่งของหมู่เกาะมาเดรา แม้จะต้องใช้การเดินทางข้ามเกาะ แต่ก็คุ้มค่ากับประสบการณ์ที่ได้รับ
หาดปอร์โต ซันโต (Porto Santo Beach)
📍 ปอร์โต ซันโตชายหาดทรายสีทองยาว 9 กิโลเมตรที่ขึ้นชื่อเรื่องความงามและคุณสมบัติทางบำบัด ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาพักผ่อนและว่ายน้ำ
พิพิธภัณฑ์บ้านคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Casa-Museu Cristóvão Colombo)
★ 3.8📍 ปอร์โต ซันโตบ้านที่เชื่อกันว่าคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสเคยอาศัยอยู่ จัดแสดงวัตถุโบราณและข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตของเขาบนเกาะ
มิราดูโร ดา ปอร์เตล่า (Miradouro da Portela)
📍 ปอร์โต ซันโตจุดชมวิวพาโนรามาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะ มองเห็นชายหาดสีทองและทิวทัศน์ที่ราบเรียบของปอร์โต ซันโต
หมู่บ้านประวัติศาสตร์และไร่องุ่น: ตอนใต้ที่อุดมสมบูรณ์
ทางตอนใต้ของมาเดรามีหมู่บ้านประวัติศาสตร์และไร่องุ่นที่อุดมสมบูรณ์ให้สำรวจ การเดินทางโดยรถยนต์จากฟุงชาลไปยังริเบยรา บราวา (Ribeira Brava) ใช้เวลาเพียง 20-30 นาที ส่วนไปยังปองต้า โด ซอล (Ponta do Sol) ใช้เวลาประมาณ 40 นาที การเดินทางโดยรถบัสสาธารณะมีค่าใช้จ่ายประมาณ ~€3–5 และใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 1.5 ชั่วโมง การเดินทางเหล่านี้เหมาะสำหรับทริปครึ่งวันหรือเต็มวัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการสำรวจอย่างละเอียดเพียงใด ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับสภาพอากาศที่สบายและการเก็บเกี่ยวองุ่น
ริเบยรา บราวาเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีโบสถ์ที่สวยงามและชายหาดที่เงียบสงบ ส่วนปองต้า โด ซอลขึ้นชื่อว่าเป็น 'จุดที่ร้อนที่สุด' บนเกาะ มีแสงแดดสาดส่องตลอดทั้งปี ไร่องุ่นส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ลาดชัน ซึ่งสามารถขับรถไปได้ง่ายและมักจะมีไกด์นำชมพร้อมชิมไวน์มาเดราที่มีชื่อเสียง คุณสามารถเข้าร่วมทัวร์ไวน์ที่มีให้บริการจากฟุงชาล ซึ่งมักจะรวมการเดินทางและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ การสำรวจพื้นที่นี้กับเพื่อนร่วมเดินทางที่สนใจเรื่องไวน์และประวัติศาสตร์จะยิ่งเพิ่มความสนุกให้กับการเดินทาง
โบสถ์ริเบยรา บราวา (Igreja de São Bento, Ribeira Brava)
📍 ริเบยรา บราวาโบสถ์เก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจและประติมากรรมไม้แกะสลักอันประณีต เป็นจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนาในเมือง
ไร่องุ่นบลังดี (Blandy's Wine Lodge)
★ 4.5📍 ฟุงชาล (ใกล้ฟุงชาล, เหมาะสำหรับรวมในทริปนี้)· €€โรงบ่มไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของมาเดรา ให้บริการทัวร์ชิมไวน์และเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การผลิตไวน์มาเดรา
ปองต้า โด ซอล (Ponta do Sol)
📍 ปองต้า โด ซอลหมู่บ้านที่มีแสงแดดสาดส่องตลอดทั้งปี มีท่าเรือเก่าแก่และทางเดินริมทะเลที่สวยงาม เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่เงียบสงบ
ความงามทางธรรมชาติที่น้อยคนรู้จัก: สวนเขตร้อนมอนเต้และสวนพฤกษศาสตร์
สำหรับทริปครึ่งวันที่ไม่ต้องเดินทางไกลจากฟุงชาลมากนัก ลองเยี่ยมชมสวนเขตร้อนมอนเต้ (Monte Palace Tropical Garden) และสวนพฤกษศาสตร์มาเดรา (Madeira Botanical Garden) การเดินทางจากใจกลางฟุงชาลไปยังมอนเต้สามารถทำได้โดยเคเบิลคาร์ (Teleférico do Funchal) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที แต่มีวิวที่สวยงาม ค่าตั๋วเคเบิลคาร์ไป-กลับอยู่ที่ประมาณ ~€12–18 นอกจากนี้ยังมีรถบัสสาธารณะ (สาย 20, 21, 22) ที่ค่าใช้จ่ายประมาณ ~€2–3 ต่อเที่ยว และใช้เวลา 30-40 นาที ทริปนี้สามารถใช้เวลาครึ่งวันหรือเต็มวันได้ ขึ้นอยู่กับเวลาที่คุณต้องการใช้ในแต่ละสวน
สวนเขตร้อนมอนเต้เป็นสวนที่งดงามราวกับภาพวาด มีพืชพรรณจากทั่วโลก งานศิลปะ เซรามิก และจุดชมวิวที่น่าทึ่ง ส่วนสวนพฤกษศาสตร์มาเดรามีพืชพื้นเมืองและพืชหายากมากมาย ตลอดจนทิวทัศน์อันงดงามของฟุงชาล การเยี่ยมชมทั้งสองสวนนี้เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสัมผัสความหลากหลายทางชีวภาพของเกาะและเพลิดเพลินกับความสงบเงียบ ซึ่งเหมาะสำหรับการเดินทางคนเดียวหรือกับเพื่อนร่วมเดินทางที่ชื่นชอบธรรมชาติ การเดินทางโดยไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกมากสำหรับสถานที่เหล่านี้
สวนเขตร้อนมอนเต้ (Monte Palace Tropical Garden)
★ 4.8📍 มอนเต้, ฟุงชาลสวนที่สวยงามตระการตาพร้อมพืชพรรณจากทั่วโลก งานศิลปะ สระน้ำ และเจดีย์ เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้รักธรรมชาติและศิลปะ มีทางเดินที่น่าสนใจมากมาย
สวนพฤกษศาสตร์มาเดรา (Madeira Botanical Garden)
★ 4.4📍 ฟุงชาลสวนที่รวบรวมพืชพรรณพื้นเมืองและหายากของมาเดราไว้มากมาย รวมถึงพืชจากภูมิภาคอื่นๆ มองเห็นทิวทัศน์เมืองฟุงชาลที่สวยงาม
เคเบิลคาร์ฟุงชาล (Teleférico do Funchal)
★ 4.6📍 ฟุงชาลนั่งเคเบิลคาร์จากตัวเมืองฟุงชาลไปยังมอนเต้ ชมวิวเมือง ท่าเรือ และภูเขาที่งดงามตระการตา เป็นวิธีการเดินทางที่สนุกและเป็นจุดชมวิวที่ดีเยี่ยม
อัญมณีที่ซ่อนอยู่: คาโบ กิเรออนและหมู่บ้านนูเนส
นอกเหนือจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมแล้ว มาเดรายังมีอัญมณีที่ซ่อนอยู่ซึ่งรอการสำรวจ คาโบ กิเรออน (Cabo Girão) เป็นหน้าผาทะเลที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป มีพื้นกระจก 'Skywalk' ที่ให้คุณมองเห็นทะเลและพื้นดินเบื้องล่างได้อย่างน่าหวาดเสียว ซึ่งอยู่ห่างจากฟุงชาลเพียงประมาณ 20-30 นาทีโดยรถยนต์ หรือโดยรถบัส (สาย 7, 8, 139) ใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที ด้วยค่าใช้จ่ายประมาณ ~€2–4 ต่อเที่ยว นี่เป็นทริปแบบครึ่งวันที่เหมาะกับการเยี่ยมชมพร้อมกับการสำรวจหมู่บ้านใกล้เคียงเช่น กามาเรีย เด ลอบอส การมีรถยนต์ส่วนตัวจะช่วยให้คุณยืดหยุ่นในการเดินทางไปยังจุดที่เข้าถึงยากขึ้น
ส่วนหมู่บ้านนูเนส (Nunes) ซึ่งเข้าถึงได้ยากกว่าเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของชนบท พร้อมด้วยวิวทิวทัศน์ของไร่องุ่นและบ้านเรือนแบบดั้งเดิม การเดินทางไปที่นั่นโดยรถยนต์อาจใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที ส่วนรถบัสสาธารณะอาจมีจำกัดและต้องเปลี่ยนสาย ซึ่งอาจใช้เวลา 1.5-2 ชั่วโมง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากฝูงชนและสัมผัสชีวิตแบบมาเดราแท้ๆ ที่นี่คุณสามารถหาอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ และเพลิดเพลินกับความสงบ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเดินทางโดยรถยนต์หรือร่วมกับทัวร์เพื่อไปยังนูเนส ทำให้เป็นประสบการณ์ที่พิเศษยิ่งขึ้น ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางเหล่านี้
คาบู กิเรออน (Cabo Girão Skywalk)
★ 4.7📍 กามาเรีย เด ลอบอสหน้าผาที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปที่มีจุดชมวิว Skywalk พื้นกระจก ให้ทัศนียภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจของมหาสมุทรและชายฝั่งเบื้องล่าง
หมู่บ้านกามาเรีย เด ลอบอส (Câmara de Lobos)
★ 4.4📍 กามาเรีย เด ลอบอสหมู่บ้านชาวประมงอันเก่าแก่และมีเสน่ห์ ที่ซึ่งวินสตัน เชอร์ชิลล์เคยมาวาดภาพ มีท่าเรือที่งดงาม ร้านอาหารทะเลสดๆ และบาร์ poncha ท้องถิ่น
การสำรวจโดยไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว
สำหรับนักเดินทางที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากฟุงชาลยังคงเป็นไปได้และสะดวกสบาย มีหลายตัวเลือกที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยรถบัสสาธารณะหรือทัวร์จัดนำเที่ยว การเดินทางไปยังหมู่บ้านมอนเต้เพื่อเยี่ยมชมสวนเขตร้อนมอนเต้และสวนพฤกษศาสตร์มาเดราสามารถทำได้โดยเคเบิลคาร์หรือรถบัสสาธารณะได้อย่างง่ายดาย ซึ่งใช้เวลาเพียงครึ่งวัน เส้นทางเดินป่าเลวาดาสบางแห่ง เช่น เส้นทางที่เริ่มต้นจากอารังฮัล (Arranhal) หรือคามิโน รีอาล (Caminho Real) ก็สามารถเข้าถึงได้โดยรถบัสหรือแท็กซี่ หรือหากคุณเดินทางกับเพื่อนร่วมเดินทางจาก urlaubspartner.net ก็อาจจะร่วมกันเช่าแท็กซี่หรือใช้บริการรถบัสท่องเที่ยว
นอกจากนี้ การเดินทางไปยังหมู่บ้านชาวประมงกามาเรีย เด ลอบอส (Câmara de Lobos) และมาชีโก (Machico) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของเกาะ ก็สามารถทำได้โดยรถบัสสาธารณะโดยตรงจากสถานีขนส่งในฟุงชาล (Horários do Funchal) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-60 นาที และมีค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่ยูโร การเดินทางเหล่านี้เหมาะสำหรับทริปครึ่งวันถึงเต็มวัน และเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสัมผัสกับวัฒนธรรมและทัศนียภาพของมาเดราโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขับรถ การเลือกทริปเหล่านี้สามารถทำได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วงเหมาะที่สุดสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง
สถานีขนส่ง Horários do Funchal
📍 ฟุงชาลศูนย์กลางการเดินทางด้วยรถบัสสาธารณะของฟุงชาล มีรถบัสไปยังจุดต่างๆ ทั่วเกาะ ราคาไม่แพง เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเดินทางโดยไม่ต้องใช้รถยนต์
หมู่บ้านมาชีโก (Machico)
★ 4.1📍 มาชีโกเมืองหลวงเก่าแก่ของมาเดรา มีหาดทรายที่สวยงาม ป้อมปราการเก่าแก่ และโบสถ์ที่น่าสนใจ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการสำรวจประวัติศาสตร์และพักผ่อนริมทะเล
เคล็ดลับการวางแผนและการเตรียมตัว
การวางแผนล่วงหน้าเป็นกุญแจสำคัญในการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากมาเดราให้ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะเดินทางคนเดียวหรือกับเพื่อนร่วมเดินทาง ที่ urlaubspartner.net คุณสามารถหาผู้ร่วมผจญภัยได้ง่ายๆ ตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณวางแผนจะเดินป่าในภูเขา ซึ่งสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว พกเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับทุกสภาพอากาศ รวมถึงเสื้อกันฝนหรือแจ็คเก็ตกันลม รองเท้าเดินป่าที่สบายเป็นสิ่งจำเป็นหากคุณจะเดินป่า
สำหรับเรื่องอาหารและน้ำ ดื่มน้ำให้เพียงพอและพกขนมขบเคี้ยวไปด้วย โดยเฉพาะในการเดินทางที่ยาวนานหรือเส้นทางเดินป่า ร้านอาหารในหมู่บ้านเล็กๆ บางแห่งอาจจำกัดเวลาเปิดทำการ ดังนั้นควรตรวจสอบล่วงหน้า การจองทัวร์ล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทริปที่นิยม โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว การเช่ารถยนต์จะให้ความยืดหยุ่นสูงสุดในการสำรวจ แต่คุณควรระมัดระวังในการขับขี่บนถนนบนภูเขาที่คดเคี้ยว หากคุณเลือกใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ให้ศึกษาตารางเวลาล่วงหน้าเนื่องจากความถี่ของรถอาจจำกัดในบางพื้นที่ นำแผนที่ติดตัวไปด้วยเสมอ และอย่าลังเลที่จะสอบถามข้อมูลจากคนท้องถิ่นพวกเขามักเป็นมิตรและยินดีให้ความช่วยเหลือ