ทริปวันเดียวจาก Sliema: จุดหมายปลายทาง & ทัวร์ที่ดีที่สุด 2026
สลิมา (Sliema) เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาที่พักผ่อนริมทะเลที่คึกคักในมอลตา ด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความเก่าแก่ริมอ่าวที่สวยงาม การเดินเล่นเลียบทางเดินริมทะเล ชมวิวของแวลเล็ตตา (Valletta) เมืองหลวงที่งดงาม หรือการแวะร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน แต่ถ้าคุณมีเวลาเหลือและอยากออกไปสำรวจมากกว่านั้น สลิมาก็เป็นจุดตั้งต้นที่สมบูรณ์แบบในการเดินทางไปยังส่วนอื่นๆ ของมอลตาและโกโซ (Gozo)
การเดินทางแบบวันเดย์ทริปจากสลิมานั้นสะดวกสบายอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าคุณจะชอบประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง ชายหาดที่ทอดยาว หรือหมู่บ้านชาวประมงที่เงียบสงบ ล้วนมีตัวเลือกมากมายรอคุณอยู่ การมีเพื่อนร่วมเดินทางจาก urlaubspartner.net จะยิ่งทำให้การวางแผนและการสำรวจสะดวกสบายยิ่งขึ้น การหารือเรื่องเส้นทางที่น่าสนใจที่สุด หรือการแบ่งปันค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ย่อมทำให้ทริปของคุณราบรื่นและสนุกสนานยิ่งกว่าเดิม
ในคู่มือฉบับสมบูรณ์นี้ เราจะพาคุณไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวชั้นยอดที่สามารถเดินทางไปกลับจากสลิมาได้ภายในหนึ่งถึงสามชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นเมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว เกาะใกล้เคียงที่มีเสน่ห์ หรือชายฝั่งที่สวยงามเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งใหม่ ออกจากความคุ้นเคยของสลิมา แล้วไปค้นพบความมหัศจรรย์ที่รอคุณอยู่รอบเกาะ
สำรวจอดีตอันยิ่งใหญ่ในแวลเล็ตตา
การเดินทางจากสลิมาไปยังแวลเล็ตตา (Valletta) เป็นเรื่องง่ายดายและคุ้มค่าที่สุด คุณสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่จาก Sliema Ferries ข้ามไปยังท่าเรือในแวลเล็ตตา ใช้เวลาเพียงประมาณ 15-20 นาทีเท่านั้น ค่าตั๋วไปกลับก็ไม่แพง อยู่ที่ราวๆ €3-€5 เท่านั้นเอง หรือหากเลือกเดินทางด้วยรถบัส ก็มีสายหลายสายที่วิ่งระหว่างสลิมาและแวลเล็ตตาเช่นกัน แม้จะใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย แต่ก็สะดวกมากหากคุณพักห่างจากท่าเรือเฟอร์รี่
เมื่อไปถึงแวลเล็ตตา คุณจะเหมือนได้ย้อนยุคกลับไปในอดีต เมืองหลวงแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ด้วยป้อมปราการอันแข็งแกร่ง วิหารเก่าแก่ และสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรกอันสง่างาม อย่าพลาดการเดินชมถนนสายแคบๆ ที่ปูด้วยหิน ชมวิวจาก Upper Barrakka Gardens ที่มองเห็น Grand Harbour อันน่าประทับใจ หรือเยี่ยมชม St. John's Co-Cathedral ที่งดงามตระการตา
ใช้เวลาเต็มที่ในแวลเล็ตตาอย่างน้อยครึ่งวัน หรือดีที่สุดคือเต็มวัน เพื่อดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์และบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา หากมากับเพื่อนที่ urlaubspartner.net การผลัดกันถ่ายรูป การแวะร้านอาหารอร่อยๆ หรือการแบ่งปันความประทับใจ จะทำให้ทริปนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาเยือนคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) ซึ่งอากาศสบาย ไม่ร้อนจัดจนเกินไป และมีนักท่องเที่ยวไม่มากเท่าช่วงฤดูร้อน
แม้แวลเล็ตตาจะเป็นเมืองที่เดินสำรวจได้ง่าย แต่การเตรียมตัวเรื่องรองเท้าที่ใส่สบายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคุณจะต้องเดินมากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณตั้งใจจะสำรวจป้อมปราการต่างๆ หรือเดินขึ้นเนินเขาไปยังจุดชมวิว
Upper Barrakka Gardens
★ 4.6📍 Piazza de Valette, Valletta· €สวนสาธารณะสวยงาม มองเห็นวิว Grand Harbour ได้อย่างชัดเจน เหมาะแก่การพักผ่อนและถ่ายรูป
St. John's Co-Cathedral
★ 4.7📍 St John's Street, Valletta· €€มหาวิหารที่ตกแต่งอย่างอลังการ ภายในมีภาพเขียนอันเลื่องชื่อของ Caravaggio ไม่ควรพลาดชม
National Museum of Archaeology
★ 4.3📍 Auberge de Provence, Republic Street, Valletta· €€จัดแสดงโบราณวัตถุสำคัญของมอลตา ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไปจนถึงยุคฟินีเชียน
Valletta Waterfront
★ 4.4📍 Magazino Quay, Valletta· €€แหล่งรวมร้านอาหาร บาร์ และร้านค้า ตั้งอยู่ริมน้ำในบริเวณท่าเรือเก่าที่ได้รับการปรับปรุง
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน Sliema สำหรับ สำรวจอดีตอันยิ่งใหญ่ในแวลเล็ตตา
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
เมืองโบราณอดีตเมืองหลวง: อิงดิเอมดา (Mdina) และราบัต (Rabat)
หากคุณหลงใหลในประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม เมืองอิงดิเอมดา (Mdina) หรือที่รู้จักกันในนาม 'เมืองแห่งความเงียบสงบ' คือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาด เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของมอลตา เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยที่ปูด้วยหินกำแพงเมืองโบราณ และอาคารสไตล์ยุคกลางที่งดงามราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย การเดินทางจากสลิมาไปยังอิงดิเอมดา สามารถทำได้โดยรถประจำทาง สาย 13, 201 หรือ 202 ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ค่าโดยสารประมาณ €2-€3
เมื่อเดินผ่านประตูเมืองเข้าไปในอิงดิเอมดา คุณจะสัมผัสได้ถึงความขลังและความสงบเงียบอันเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากความคึกคักของสลิมาอย่างสิ้นเชิง เดินเล่นไปตามถนนแคบๆ ชมวิวมุมสูงจากแนวกำแพงเมืองที่มองเห็นทิวทัศน์ชนบทของมอลตา หรือแวะ St. Paul's Cathedral ที่สวยงาม
ติดกับอิงดิเอมดาคือเมืองราบัต (Rabat) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ผู้คนนิยมมาที่นี่เพื่อสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นและชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เช่น Catacombs of St. Paul's and St. Agatha's ซึ่งเป็นสุสานใต้ดินโบราณที่น่าทึ่ง ไม่ควรพลาดการแวะร้านอาหารท้องถิ่นเพื่อลองชิม 'Pastizzi' พายอบกรอบไส้คาวหวานอันเลื่องชื่อของมอลตา
การเที่ยวชมทั้งอิงดิเอมดาและราบัต ควรใช้เวลาเต็มวัน คุณสามารถเดินเชื่อมต่อระหว่างสองเมืองนี้ได้ไม่ยาก หากมากับเพื่อน ก็ช่วยกันสำรวจ ค้นพบมุมลับต่างๆ และแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ได้
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาเยือนคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง อากาศกำลังดี ไม่ร้อนจัดนัก ช่วงเย็นค่ำของอิงดิเอมดาจะเงียบสงบเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับคู่รักหรือผู้ที่ต้องการบรรยากาศส่วนตัว
St. Paul's Cathedral, Mdina
★ 4.5📍 Piazza Mesquita, Mdina· €€มหาวิหารสไตล์บาโรกที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอิงดิเอมดา มีสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจ
The Knight's Hall
★ 4.4📍 Villegaignon Street, Mdina· €€พิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก บอกเล่าเรื่องราวของอัศวินบนเกาะมอลตา
Fontanella Tea Garden
★ 4.5📍 38 Triq tàl-Qanfud, Mdina· €€ร้านอาหารพร้อมวิวพาโนรามาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในมอลตา เหมาะสำหรับทานอาหารกลางวันหรือดื่มชายามบ่าย
St. Agatha's Crypt and Catacombs
★ 4.5📍 St Paul's Street, Rabat· €€สุสานใต้ดินโบราณที่น่าสนใจ แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมการฝังศพในสมัยโรมัน
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน Sliema สำหรับ เมืองโบราณอดีตเมืองหลวง: อิงดิเอมดา (Mdina) และราบัต (Rabat)
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
ความงามของเกาะโกโซ (Gozo) ด้วยเรือเฟอร์รี่
หากคุณมีเวลาหนึ่งวันเต็มและอยากสัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างออกไป การเดินทางไปยังเกาะโกโซ (Gozo) ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของมอลตาคือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด จากท่าเรือ Cirkewwa ทางตอนเหนือสุดของเกาะมอลตา คุณสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่ไปยังท่าเรือ Mgarr ของโกโซได้ เรือเฟอร์รี่นี้วิ่งตลอดวัน โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 25-30 นาที ค่าตั๋วไปกลับอยู่ที่ประมาณ €4.65
เมื่อถึงโกโซ สิ่งแรกที่ควรทำคือการเช่ารถ (อาจเป็นรถเช่าทั่วไปหรือ ATV) หรือใช้รถประจำทางท้องถิ่นเพื่อสำรวจเกาะ หากคุณมีเพื่อนร่วมเดินทางจาก urlaubspartner.net การเช่ารถและแบ่งการขับขี่จะสะดวกสบายมาก หรือจะเลือกเช่าสกู๊ตเตอร์หากต้องการความคล่องตัว
ไฮไลท์ของโกโซ ได้แก่ เมืองหลวง Victoria (หรือ Rabat of Gozo) ที่มีป้อมปราการ Cittadella อันงดงาม, อาราม Ggantija Temples ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างหินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก, และชายหาด Dwejra Bay ที่เคยเป็นที่ตั้งของ Azure Window อันโด่งดัง (ปัจจุบันได้พังทลายลงไปแล้ว) แต่บริเวณนี้ก็ยังคงมีความงามทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง
สำหรับคนรักทะเลและชายหาด Ramla Bay ที่มีหาดทรายสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ หรือ Mgarr ix-Xini ที่มีทัศนียภาพสวยงาม ก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม การใช้เวลาเต็มวันบนเกาะโกโซจะทำให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์และวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเกาะมอลตา
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเยือนโกโซคือช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม) และต้นฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน) เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนจัดของฤดูร้อน และเพลิดเพลินกับชายหาดและกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าคุณสามารถเที่ยวแบบวันเดย์ทริปได้ แต่หากมีเวลา การพักค้างคืนบนเกาะโกโซสักคืนจะทำให้คุณได้สัมผัสเสน่ห์ของเกาะนี้อย่างแท้จริง
Cittadella, Victoria
★ 4.6📍 Victoria, Gozo· €€ป้อมปราการโบราณบนเนินเขาในเมือง Victoria มองเห็นวิวเกาะโกโซแบบ 360 องศา
Ggantija Temples
★ 4.4📍 Triq il-Ggantija, Xewkija, Gozo· €€โบราณสถานยุคหินที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกของ UNESCO
Ramla Bay
★ 4.5📍 Ramla Bay, Gozo· €หาดทรายสีแดงอันสวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดของเกาะโกโซ เหมาะแก่การพักผ่อนและว่ายน้ำ
Dwejra Bay
★ 4.5📍 Dwejra Bay, San Lawrenz, Gozo· €€จุดชมวิวที่สวยงาม แม้ Azure Window จะพังไปแล้ว แต่ยังมี Inland Sea และ Fungus Rock ให้ชม
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน Sliema สำหรับ ความงามของเกาะโกโซ (Gozo) ด้วยเรือเฟอร์รี่
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
หมู่บ้านชาวประมงสุดคลาสสิก: Marsaxlokk
Marsaxlokk เป็นหมู่บ้านชาวประมงริมทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะมอลตา ที่ขึ้นชื่อเรื่องเรือ 'Luzzu' สีสันสดใสที่มี 'ดวงตา' จิตรดาระหว่างหัวเรือเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย การเดินทางจากสลิมาไปยัง Marsaxlokk สามารถทำได้โดยรถประจำทาง สาย 8, 15, หรือ 21 ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ค่าโดยสารราวๆ €2-€3
หากคุณไปถึงในวันอาทิตย์ คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศตลาดปลาที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในมอลตา แม้ว่าปัจจุบันตลาดจะเน้นขายสินค้าแก่นักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีอาหารทะเลสดใหม่ ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และของที่ระลึกให้เลือกซื้อมากมาย การเดินเล่นริมอ่าว ชมเรือ Luzzu จอดเรียงรายเป็นภาพที่สวยงามและน่าจดจำ
Marsaxlokk เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการมานั่งชิลล์ๆ ทานอาหารกลางวันริมทะเล สั่งอาหารทะเลสดๆ ที่จับได้ในแต่ละวัน เช่น ปลาหมึกย่าง ปลากะพงสด หรือ 'Lampuki pie' (พายปลาแลมพูกี้) ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นยอดนิยมในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ใช้เวลาที่นี่ประมาณครึ่งวันถึงสามในสี่ของวันก็เพียงพอสำหรับการเดินสำรวจ ถ่ายรูป และรับประทานอาหาร การมากับเพื่อนร่วมทริปจะทำให้การเลือกเมนูอาหารทะเลน่าสนุกยิ่งขึ้น ลองสั่งอาหารหลากหลายแล้วแบ่งกันชิม
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือน Marsaxlokk คือช่วงเช้าของวันอาทิตย์เพื่อสัมผัสบรรยากาศตลาด หรือในวันธรรมดาเพื่อความสงบและเพลิดเพลินกับร้านอาหารริมทะเล หากคุณต้องการถ่ายรูปเรือ Luzzu ที่สวยงาม แสงแดดยามเช้าหรือยามบ่ายแก่ๆ จะให้ภาพที่งดงาม
Marsaxlokk Harbour
★ 4.5📍 Marsaxlokk· €อ่าวที่มีเรือประมง Luzzu สีสันสดใสจอดเรียงราย เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน
Roots Restaurant
★ 4.4📍 35/36, Xatt ix-Xerries, Marsaxlokk· €€€ร้านอาหารทะเลชื่อดังใน Marsaxlokk เน้นวัตถุดิบสดใหม่และรสชาติแบบดั้งเดิม
Kajjin Restaurant
★ 4.3📍 Xatt il-Marnisi, Marsaxlokk· €€ร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศสบายๆ เสิร์ฟอาหารทะเลสดและอาหารเมดิเตอร์เรเนียน
Marsaxlokk Market
★ 4.0📍 Marsaxlokk· €ตลาดสด (โดยเฉพาะวันอาทิตย์) ที่มีทั้งอาหารทะเลสด สินค้าท้องถิ่น และของที่ระลึก
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน Sliema สำหรับ หมู่บ้านชาวประมงสุดคลาสสิก: Marsaxlokk
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
การเดินทางไปยังเกาะ Comino และ Blue Lagoon
หากคุณกำลังมองหาน้ำทะเลสีฟ้าใสราวคริสตัลและการดำน้ำตื้นที่น่าทึ่ง Blue Lagoon บนเกาะ Comino คือสถานที่ที่ต้องไป การเดินทางไปยัง Comino โดยทั่วไปจะต้องนั่งเรือจากเกาะมอลตา หรืออาจจะมาจากเกาะโกโซด้วยก็ได้ ตัวเลือกที่สะดวกที่สุดจากสลิมาคือการขึ้นเรือจากท่าเรือ Sliema Ferries หรือท่าเรือที่ใกล้เคียง ซึ่งมักจะมีบริการเรือท่องเที่ยวแบบครึ่งวันหรือเต็มวันไปยัง Comino โดยเฉพาะ เรือเหล่านี้จะแวะที่ Blue Lagoon เป็นหลัก
ค่าใช้จ่ายสำหรับทัวร์เรือเหล่านี้จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและระยะเวลา แต่โดยทั่วไปจะอยู่ราวๆ €20-€40 ต่อคน ซึ่งมักจะรวมอุปกรณ์ดำน้ำตื้น (Snorkel) และบางครั้งอาจมีเครื่องดื่มหรืออาหารว่างให้ด้วย การเดินทางโดยเรือท่องเที่ยวแบบนี้จะสะดวกมากหากคุณมีเพื่อนร่วมเดินทางจาก urlaubspartner.net เพราะคุณสามารถจองเรือเหมาลำเล็กๆ หรือเลือกทัวร์ที่เหมาะกับกลุ่มของคุณได้
เมื่อไปถึง Blue Lagoon น้ำทะเลใสจนคุณสามารถมองเห็นพื้นทะเลได้อย่างชัดเจน เป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการว่ายน้ำ ดำน้ำตื้น หรือเพียงแค่นอนอาบแดดบนโขดหิน หรือจะเช่าเรือคายัคเพื่อสำรวจบริเวณใกล้เคียงก็ได้
อย่างไรก็ตาม Blue Lagoon มักจะค่อนข้างแออัด โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและช่วงกลางวัน หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงฝูงชน ลองพิจารณาใช้บริการเรือที่ออกจากสลิมาแต่เช้ามืด หรือเลือกไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม) หรือต้นฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) ซึ่งอากาศยังคงอบอุ่นและมีนักท่องเที่ยวไม่มากเท่าช่วงพีค
แม้ว่า Comino จะเป็นสวรรค์แห่งน้ำทะเล แต่ก็ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก ควรเตรียมน้ำดื่ม ขนม และครีมกันแดดให้พร้อม ที่นี่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหนึ่งวันเต็มกับการเล่นน้ำทะเล
Blue Lagoon, Comino
★ 4.6📍 Comino· €อ่าวที่มีน้ำทะเลสีฟ้าใสสวยงามราวคริสตัล เหมาะแก่การว่ายน้ำและดำน้ำตื้น
St. Mary's Tower
★ 4.3📍 Comino· €หอคอยเก่าแก่บนเกาะ Comino ให้วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม (การเข้าชมอาจจำกัด)
Comino Adventures (Boat Tours)
★ 4.2📍 Sliema Ferries, Sliema / St Julian's· €€ผู้ให้บริการทัวร์เรือไปยัง Comino และ Blue Lagoon จากสลิมา (ตรวจสอบตารางเดินเรือและราคา)
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน Sliema สำหรับ การเดินทางไปยังเกาะ Comino และ Blue Lagoon
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
ชายฝั่งตะวันตก: Dingli Cliffs และ Golden Bay
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทัศนียภาพชายฝั่งที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจ การเดินทางไปยัง Dingli Cliffs ทางตะวันตกของเกาะมอลตาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ คุณสามารถเดินทางด้วยรถประจำทาง สาย 201 จากสลิมา โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 45-60 นาที
Dingli Cliffs เป็นหน้าผาที่สูงที่สุดในมอลตา มองเห็นวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอันกว้างใหญ่ไพศาล เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการเดินเล่น ชมพระอาทิตย์ตกดินที่งดงาม หรือถ่ายรูปทิวทัศน์อันน่าทึ่ง หากมากับเพื่อน การเดินป่าระยะสั้นๆ หรือการปิกนิกพร้อมชมวิว จะเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
จาก Dingli Cliffs คุณสามารถเดินทางต่อไปยัง Golden Bay ซึ่งเป็นหนึ่งในหาดทรายที่สวยที่สุดของมอลตาได้ด้วยรถประจำทางสายเดิม (สาย 201) ใช้เวลาอีกประมาณ 15-20 นาที Golden Bay มีชื่อเสียงเรื่องทรายสีทองและน้ำทะเลที่เหมาะแก่การว่ายน้ำ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ร้านอาหาร บาร์ และบริการเช่าอุปกรณ์ชายหาด
หากคุณมีเวลาทั้งวัน คุณสามารถผสมผสานการเที่ยวชม Dingli Cliffs ในช่วงบ่ายแก่ๆ เพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และต่อด้วยการพักผ่อนที่ Golden Bay ในช่วงเย็น หรือจะสลับกันก็ได้เช่นกัน
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการมาเยือนคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งอากาศสบายสำหรับการเดินเล่นและชายหาดไม่แออัดเกินไป ในช่วงฤดูร้อน Golden Bay อาจมีผู้คนหนาแน่นมาก แต่ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ
Dingli Cliffs
★ 4.6📍 Dingli· €หน้าผาที่สูงที่สุดในมอลตา มองเห็นวิวทะเลอันงดงาม เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ตกดิน
Golden Bay
★ 4.4📍 Golden Bay, Mellieha· €€หาดทรายสีทองที่สวยงามและได้รับความนิยม มีน้ำทะเลใส เหมาะแก่การว่ายน้ำและพักผ่อน
Azure Window Restaurant (Former Site)
★ 4.0📍 Dwejra Bay, Gozo· €€แม้ Azure Window ใน Gozo จะพังไปแล้ว แต่บริเวณใกล้เคียงยังมีร้านอาหารที่ให้บริการวิวทะเลสวยงาม
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน Sliema สำหรับ ชายฝั่งตะวันตก: Dingli Cliffs และ Golden Bay
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
เส้นทางวัฒนธรรมและศิลปะ: Birkirkara และ Mosta
สำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น สถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ และบรรยากาศที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลัก ลองพิจารณาเดินทางไปยังเมือง Birkirkara และ Mosta ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากสลิมา
Birkirkara เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมอลตา แต่ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนในท้องถิ่น จึงไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านเท่าเมืองอื่นๆ แต่ก็มีโบสถ์ที่น่าสนใจ เช่น St. Helen's Basilica ซึ่งมีหอระฆังที่สูงที่สุดในมอลตา การเดินทางจากสลิมาทำได้สะดวกด้วยรถประจำทางหลายสาย ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที
อีกเมืองที่ไม่ควรพลาดคือ Mosta ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Mosta Dome (Basilica of the Assumption of Our Lady) อันโด่งดัง โดมนี้เป็นหนึ่งในโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีเรื่องเล่าถึงปาฏิหาริย์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อระเบิดลูกหนึ่งตกลงมากลางโบสถ์แต่ไม่ระเบิด การเดินทางจากสลิมาใช้เวลาประมาณ 20-30 นาทีโดยรถประจำทาง
การเที่ยวชมสองเมืองนี้เหมาะสำหรับการใช้เวลาครึ่งวันถึงสามในสี่ของวัน คุณสามารถเริ่มต้นที่ Birkirkara เพื่อสัมผัสชีวิตประจำวันของผู้คน แล้วค่อยเดินทางต่อไปยัง Mosta เพื่อชมความยิ่งใหญ่ของโดม การมีเพื่อนร่วมเดินทางจะทำให้การสำรวจเมืองที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลักเหล่านี้สนุกยิ่งขึ้น คุณสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่คุณเห็น หรือลองหาร้านกาแฟท้องถิ่นเพื่อพักผ่อน
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือนคือวันธรรมดา เพื่อสัมผัสบรรยากาศที่แท้จริงของเมืองเหล่านี้ หากคุณต้องการถ่ายภาพ Mosta Dome โดยไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ควรไปในช่วงเช้าตรู่
St. Helen's Basilica
★ 4.5📍 Main Street, Birkirkara· €โบสถ์ที่สวยงามและมีหอระฆังสูงตระหง่าน เป็นจุดสังเกตสำคัญของเมือง Birkirkara
Mosta Dome (Rotunda of Mosta)
★ 4.6📍 Piazza Rotunda, Mosta· €€โบสถ์ทรงโดมขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่ง
คุณพบสถานที่ที่น่าจดจำและต้องการนำเสนอที่นี่หรือไม่? ในฐานะสมาชิกชุมชน โปรดแนะนำสถานที่ใน Sliema สำหรับ เส้นทางวัฒนธรรมและศิลปะ: Birkirkara และ Mosta
แนะนำสถานที่ของคุณเองแนะนำสถานที่ของฉันในฐานะสมาชิกชุมชนรายการใหม่จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราก่อนเผยแพร่
เคล็ดลับการวางแผนทริปของคุณ
การเดินทางแบบวันเดย์ทริปจากสลิมานั้นง่ายกว่าที่คุณคิด แต่การวางแผนที่ดีจะช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด
การเดินทาง: ระบบรถประจำทางของมอลตา (Malta Public Transport) ครอบคลุมทั่วทั้งเกาะ มีสถานีและป้ายรถเมล์อยู่ทั่วไปในสลิมา คุณสามารถซื้อบัตรโดยสารรายสัปดาห์ (Explore card) หรือจ่ายเป็นเที่ยว (ประมาณ €2-€3 ต่อเที่ยว) บัตรเดินทางจะคุ้มค่ากว่าหากคุณวางแผนจะใช้รถประจำทางหลายครั้งต่อวัน
เรือเฟอร์รี่: นอกจากเรือเฟอร์รี่ข้ามไปแวลเล็ตตาแล้ว ยังมีบริการเรือไปยังเกาะอื่นๆ เช่น โกโซ หรือทัวร์ไปยัง Comino เรือเหล่านี้มักจะออกจากท่าเรือ Sliema Ferries หรือท่าเรือใกล้เคียง
การเช่ารถ: หากคุณต้องการความคล่องตัวสูงสุดในการสำรวจเกาะต่างๆ การเช่ารถเป็นทางเลือกที่ดี แต่ควรคำนึงถึงที่จอดรถซึ่งอาจหายากในเมืองใหญ่ๆ และการขับรถทางซ้ายมือ
ช่วงเวลา: ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) เป็นช่วงเวลาที่อากาศดีที่สุดสำหรับการท่องเที่ยว มีแดดอบอุ่นและไม่ร้อนจัดจนเกินไป ชายหาดไม่แออัดเท่าช่วงฤดูร้อน
เพื่อนร่วมเดินทาง: การเดินทางกับเพื่อนจาก urlaubspartner.net ไม่เพียงแต่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังทำให้การเดินทางสนุกสนานยิ่งขึ้น คุณสามารถปรึกษาหารือกันเรื่องสถานที่ที่อยากไป การเลือกวิธีการเดินทาง หรือการค้นหาร้านอาหารอร่อยๆ ร่วมกัน