ทริปวันเดียวจาก Tromsø: จุดหมายปลายทาง & ทัวร์ที่ดีที่สุด 2026
ทรอมโซ เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ประตูสู่อาร์กติก" (Gateway to the Arctic) ไม่ได้มีดีแค่แสงเหนือในช่วงฤดูหนาว หรือพระอาทิตย์เที่ยงคืนในฤดูร้อนเท่านั้น หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ที่หลากหลายและน่าประทับใจ การสำรวจพื้นที่รอบๆ ทรอมโซด้วยทริปวันเดียวคือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางคนเดียวที่กำลังมองหาคู่หูจาก urlaubspartner.net เพื่อแบ่งปันการผจญภัย หรือมากับเพื่อนและครอบครัว ทรอมโซเป็นจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบในการค้นพบความงดงามทางธรรมชาติอันน่าทึ่ง วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ไม่เหมือนใคร และประวัติศาสตร์ที่ฝังรากลึกของนอร์เวย์ตอนเหนือ
คู่มือนี้จะพาคุณไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดที่สามารถเดินทางได้ภายใน 1-3 ชั่วโมงจากทรอมโซ โดยครอบคลุมทั้งการเดินทางด้วยรถยนต์ รถบัส และเรือเฟอร์รี่ เพื่อให้คุณได้วางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบ ฟยอร์ดที่สวยงาม หรือเทือกเขาที่ท้าทาย เตรียมพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์นอร์เวย์ในมุมมองที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!
สำรวจฟยอร์ดและหมู่บ้านชาวประมง (Coastal Fjord & Fishing Village Escapes)
การเดินทางออกจากทรอมโซไปยังฟยอร์ดและหมู่บ้านชาวประมงที่อยู่ใกล้เคียงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสัมผัสความงามอันบริสุทธิ์ของธรรมชาติอาร์กติก หมู่บ้านเล็กๆ เหล่านี้มักจะตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ (ในฤดูหนาว) และน้ำทะเลสีครามที่สะท้อนแสง อาทูร์สปารค์ (Arctis Sparte) หรืออียานด์ (Ersfjord) เป็นหนึ่งในฟยอร์ดที่สวยงามและเข้าถึงง่ายที่สุด คุณสามารถขับรถไปได้ง่ายๆ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
ที่นั่น คุณจะได้เห็นบ้านเรือนสีสันสดใสของชาวประมง ร้านค้าเล็กๆ ที่ขายงานหัตถกรรมท้องถิ่น และอาจได้ลองชิมอาหารทะเลสดๆ ที่จับมาใหม่ๆ ด้วยตัวเอง การเดินเล่นริมชายหาด การถ่ายภาพทิวทัศน์ที่งดงาม หรือแม้แต่การตกปลาจากท่าเรือเล็กๆ ก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับทริปวันเดียวนี้
อีกหนึ่งทางเลือกคือการเดินทางไปเนสซาเรท (Nessareth) หรือเควัลยา (Kvaløya) ที่มีทิวทัศน์คล้ายคลึงกัน แต่มีโอกาสได้เห็นสัตว์ป่าอย่างนกทะเล หรือแม้แต่กวางเรนเดียร์ได้อย่างใกล้ชิดในบางฤดู การเดินทางท่องเที่ยวฟยอร์ดและหมู่บ้านชาวประมงนี้เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบความเงียบสงบ ความงามของธรรมชาติ และการสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างแท้จริง และนี่เป็นทริปครึ่งวันถึงเต็มวันที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะมากับเพื่อนคู่หูจากการจับคู่ท่องเที่ยวจาก urlaubspartner.net หรือเพื่อนสนิท การเดินทางร่วมกันจะช่วยให้การเดินทางของคุณสนุกและประหยัดยิ่งขึ้น
อียานด์ฟยอร์ด (Ersfjordbotn)
📍 Kvaløya, Tromsø Municipalityหมู่บ้านชาวประมงอันงดงามริมฟยอร์ด เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ, พายเรือคายัค และการเดินป่าระยะสั้นๆ
มาร์เคเนส (Markenes)
📍 Kvaløya, Tromsø Municipalityจุดชมวิวและพื้นที่สำหรับปิกนิกที่สวยงาม มองเห็นทิวทัศน์ภูเขาและทะเล
สู่ดินแดนแห่งคนเลี้ยงกวางเรนเดียร์ (Reindeer & Sami Culture Experiences)
การเดินทางไปสัมผัสวัฒนธรรมของชาวซามิและประสบการณ์ใกล้ชิดกับกวางเรนเดียร์เป็นหนึ่งในไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนทรอมโซ คุณสามารถจองทริปวันเดียวกับผู้ประกอบการทัวร์ท้องถิ่นที่จัดขึ้นที่ค่ายซามิ (Sami Camp) ซึ่งมักจะอยู่ห่างจากตัวเมืองทรอมโซประมาณ 30-60 นาทีโดยรถบัส
ผู้ประกอบการทัวร์ชื่อดังอย่างทรอมโซซามิคัมป์ (Tromsø Sami Camp) หรือทรอมโซ เรนเดียร์ แคมป์ (Tromsø Reindeer Camp) เสนอประสบการณ์ที่ครบวงจร ซึ่งรวมถึงการให้อาหารกวางเรนเดียร์ การนั่งรถเลื่อนลากด้วยกวางเรนเดียร์ (เฉพาะฤดูหนาว) การเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชาวซามิ การฟังบทเพลงพื้นบ้านโจอีค (Joik) และการรับประทานอาหารกลางวันแบบดั้งเดิมภายใน เต็นท์ลาวู (Lavvo) ซึ่งเป็นที่พักของชาวซามิ
นี่คือประสบการณ์ที่ไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิง แต่ยังให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชนพื้นเมืองแห่งอาร์กติกอีกด้วย ทริปนี้ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง และเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็ก และสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องใช้รถส่วนตัว เนื่องจากทัวร์ส่วนใหญ่มีการบริการรถรับ-ส่งจากโรงแรมในทรอมโซ จึงจัดเป็นทริปที่สะดวกสบายและน่าประทับใจตลอดปี แต่ช่วงฤดูหนาวนั้นเป็นที่นิยมที่สุด เพราะมีโอกาสสัมผัสกับหิมะและกิจกรรมเลื่อนกวางเรนเดียร์.
ทรอมโซ ซามิ แคมป์ (Tromsø Sami Camp)
📍 Tromsdalen (approx. 20-30 min drive from Tromsø center)มอบประสบการณ์วัฒนธรรมซามิเต็มรูปแบบ รวมถึงการให้อาหารกวางเรนเดียร์และเรื่องเล่าเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวซามิ
ทรอมโซ เรนเดียร์ แคมป์ (Tromsø Reindeer Camp)
📍 Breivikeidet (approx. 45-60 min drive from Tromsø center)กิจกรรมนั่งรถเลื่อนหิมะพร้อมกวางเรนเดียร์, อาหารท้องถิ่น และการเรียนรู้วัฒนธรรมในแบบฉบับของชาวซามิ
การผจญภัยบนภูเขาและจุดชมวิว (Mountain Adventures & Scenic Viewpoints)
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบทัศนียภาพอันงดงามและการผจญภัยบนภูเขา ทรอมโซมีหลายจุดที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ การขึ้นกระเช้าลอยฟ้าฟเจลล์ไฮเซ่น (Fjellheisen Cable Car) เป็นกิจกรรมที่ง่ายที่สุดและให้รางวัลเป็นทัศนียภาพมุมกว้างของทรอมโซและเกาะต่างๆ ที่ล้อมรอบ ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่นาทีจากตัวเมือง และเหมาะสำหรับทริปครึ่งวัน สามารถเดินทางไปได้ด้วยรถบัสสาธารณะสาย 26 หรือ 28
แต่ถ้าคุณต้องการออกไปไกลกว่านั้น การเดินทางไปยังยอดเขาที่สูงขึ้นบนเกาะเควัลยา (Kvaløya) เช่น ยอดเขาเซนยา (Store Blåmann) หรือยอดเขาทรอมสดัลทินเดน (Tromsdalstinden) จะให้ประสบการณ์การเดินป่าที่ท้าทายมากขึ้นและทิวทัศน์ที่สวยงามกว่า โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง การเดินป่าเหล่านี้อาจใช้เวลาตั้งแต่ 4-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทางและความฟิตของแต่ละบุคคล และส่วนใหญ่ต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า ซึ่งสะดวกหากคุณมีเพื่อนร่วมเดินทางที่ชื่นชอบการผจญภัยเช่นกัน
หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก ลองพิจารณาการขับรถไปทางตอนใต้ของทรอมโซประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง ไปยังแถบที่เรียกกันว่า บัลส์ฟยอร์ด (Balsfjord) ที่นั่นมีภูเขาและฟยอร์ดที่ยังคงความเป็นธรรมชาติสูง และมีเส้นทางเดินป่าที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน การเดินทางแบบนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสัมผัสความเงียบสงบและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอาร์กติกอย่างแท้จริง
กระเช้าลอยฟ้าฟเจลล์ไฮเซ่น (Fjellheisen Cable Car)
★ 4.5📍 Sollivegen 12, Tromsdalen· €€กระเช้าลอยฟ้าพาขึ้นสู่ยอดเขา Storsteinen ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของทรอมโซและฟยอร์ดโดยรอบ
จุดชมวิว Store Blåmann (Kvaløya)
📍 Kvaløyvegen, Kvaløyaยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะ Kvaløya มอบเส้นทางเดินป่าที่ท้าทายและทัศนียภาพแบบพาโนรามา
เกาะเซนยา: ฟยอร์ดที่สวยที่สุดในโลก (Senja: The World's Most Beautiful Fjord Island)
แม้จะใช้เวลาเดินทางและวางแผนมากกว่าทริปวันเดียวอื่นๆ เล็กน้อย แต่เกาะเซนยา (Senja) ก็คุ้มค่ากับการเดินทางอย่างยิ่ง เซนยาได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเกาะที่มีทิวทัศน์งดงามที่สุดในโลก ด้วยฟยอร์ดที่ลึกชัน ชายหาดสีขาวราวกับแป้ง และภูเขาที่ทอดยาวจรดทะเล การเดินทางไปยังเซนยาใช้เวลาประมาณ 2.5-3 ชั่วโมงโดยรถยนต์ หรือคุณสามารถใช้บริการเรือเฟอร์รี่จากฟินน์สเนส (Finnsnes) ซึ่งเป็นเมืองทางฝั่งแผ่นดินใหญ่ที่เข้าถึงได้ด้วยรถบัสจากทรอมโซ แต่การมีรถยนต์ส่วนตัวจะให้อิสระในการสำรวจมากกว่า
เมื่อไปถึงเซนยา คุณจะพบกับถนนเลียบชายฝั่ง (National Tourist Route Senja) ที่สวยงาม ซึ่งจะนำคุณไปสู่จุดชมวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย เช่น ถนนเส้นนี้จะพาคุณไปที่ ตอฟเตส (Tofte) ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่งดงาม ที่นี่มีชายหาดที่สวยงามและมีเส้นทางเดินป่ามากมาย ที่ เซกคัวยา (Segla) เป็นอีกหนึ่งจุดเดินป่าที่ได้รับความนิยม โดยมีทัศนียภาพของภูเขาและฟยอร์ดที่น่าทึ่ง
เกาะเซนยาเหมาะสำหรับทริปเต็มวันอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศดีและแสงแดดส่องถึงนานขึ้น คุณยังสามารถแวะพักค้างคืนได้ หากมีเวลาเพิ่มเติม นี่คือจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นสำหรับคู่รักหรือกลุ่มเพื่อนที่ชื่นชอบการผจญภัยและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ การเดินทางไปเซนยาโดยปราศจากรถยนต์ทำได้ยากกว่า แต่ก็มีบริการทัวร์บ้างสำหรับบางช่วงเวลา
ถนนท่องเที่ยวแห่งชาติเซนยา (National Tourist Route Senja)
📍 ตลอดชายฝั่งตะวันตกของเกาะ Senjaถนนเลียบชายฝั่งที่งดงามที่สุดสายหนึ่งของโลก พร้อมจุดชมวิวและเส้นทางเดินป่ามากมาย
จุดชมวิวเซกคัวยา (Segla Viewpoint)
📍 Fjordgård, Senjaภูเขาสัญลักษณ์ของเซนยา การเดินป่าขึ้นสู่ยอดเขาจะได้รับรางวัลเป็นวิวฟยอร์ดที่น่าทึ่ง
ประสบการณ์เหนือแสงเหนือและทะเลสาบ (Northern Lights & Lake Excursions)
แม้ว่าแสงเหนือ (Northern Lights) จะปรากฏให้เห็นในเวลากลางคืน การหาจุดที่มืดมิดและห่างไกลจากแสงรบกวนของเมืองในเวลากลางวันก็สามารถนำเสนอประสบการณ์ที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ การเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลออกไปจากทรอมโซประมาณ 1-2 ชั่วโมง เช่นบริเวณรอบๆ ทะเลสาบฟยอร์เดอ (Fjordsenteret) หรือทะเลสาบบีลา (Bjørnebekk) ไม่เพียงแต่เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการล่าแสงเหนือในเวลากลางคืนเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่สงบเงียบและสวยงามสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงกลางวันด้วย
ในช่วงเวลากลางวัน คุณสามารถเดินป่าเบาๆ รอบทะเลสาบ ตกปลา (ในช่วงที่เหมาะสม) หรือเพียงแค่เพลิดเพลินกับความเงียบสงบของธรรมชาติ บ่อยครั้งที่คุณจะพบกับกระท่อมเล็กๆ หรือพื้นที่ปิกนิกที่จัดเตรียมไว้ให้ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและรับประทานอาหารกลางวันแบบเรียบง่าย การเดินทางไปยังพื้นที่ทะเลสาบเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เพื่อความสะดวกและความยืดหยุ่นในการเดินทาง
ทริปประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมือง และสัมผัสกับความงามอันบริสุทธิ์ของธรรมชาติอาร์กติกในเวลากลางวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีและภูเขาสะท้อนแสงในน้ำทะเลสาบเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก การเดินทางล่วงหน้าไปกับเพื่อนนักเดินทางที่พบจาก urlaubspartner.net เพื่อแชร์ค่าใช้จ่ายสำหรับการเช่ารถก็เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยม ทำให้การเดินทางของคุณคุ้มค่าและสนุกยิ่งขึ้น
ทะเลสาบฟยอร์เดอ (Fjordsenteret, Ramsfjord)
📍 Ramsfjord (approx. 1.5 hr drive from Tromsø)พื้นที่ทะเลสาบที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินเล่น ตกปลา และชมทิวทัศน์แบบนอร์เวย์แท้ๆ
ทางหลวงสายอาร์กติก (Arctic Highway E6)
📍 ทางหลวง E6 นอกเมือง Tromsøบางช่วงของ E6 มีจุดแวะพักและชมทิวทัศน์ตามทะเลสาบและฟยอร์ดที่สวยงาม
การเดินทางทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม (Historical & Cultural Journeys)
นอกเหนือจากธรรมชาติอันตระการตา ทรอมโซและพื้นที่ใกล้เคียงยังมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจรอให้คุณไปค้นพบ การเดินทางไปยังหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ที่มีเรื่องราว เช่น กาสึสเต็ด (Gáskasháldi) ซึ่งเป็นที่รู้จักจากประวัติศาสตร์การล่าปลาคอดและชีวิตของผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากอารยธรรม ที่นี่คุณสามารถเห็นซากปรักหักพังของอาคารเก่าแก่ หรือ พิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่จัดแสดงเครื่องมือประมงและวิถีชีวิตในอดีต
อีกหนึ่งจุดหมายที่น่าสนใจคือ แอนเดนส์ (Andenes) บนเกาะเวสเทอราเลน (Vesterålen) ซึ่งแม้จะห่างออกไปประมาณ 3-4 ชั่วโมง แต่ก็เป็นไปได้สำหรับทริปเต็มวันที่ยาวนาน หรือเป็นทริปค้างคืนก็ยิ่งดี แอนเดนส์ขึ้นชื่อเรื่องการล่าวาฬ และมีพิพิธภัณฑ์วาฬ (Whale Museum) ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสัตว์ทะเลเหล่านี้ และยังมีโอกาสในการออกทริปชมวาฬที่ค่อนข้างสูง (ในช่วงฤดูที่เหมาะสม)
การเดินทางเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว หรือการใช้บริการรถบัสสาธารณะซึ่งอาจมีตารางเวลาจำกัดกว่า การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหรือหมู่บ้านประวัติศาสตร์เหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงมรดกทางวัฒนธรรมของนอร์เวย์ตอนเหนือได้ดียิ่งขึ้น ทริปนี้จะเน้นไปที่การเรียนรู้และสำรวจ เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และต้องการสัมผัสกับชีวิตในอาร์กติกในอดีตอย่างลึกซึ้ง
พิพิธภัณฑ์โพลาร์ (Polaria)
★ 4.1📍 Hjalmar Johansens gate 11, Tromsø· €€ศูนย์ประสบการณ์อาร์กติกและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดเล็กที่เน้นระบบนิเวศขั้วโลกเหนือ
แอนเดนส์ (Andenes)
📍 Vesterålen (approx. 4 hr drive from Tromsø)เมืองหลวงแห่งการล่าวาฬของนอร์เวย์ มีทัวร์ล่าวาฬและพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ
ทิปส์การเดินทางและสิ่งที่ต้องเตรียม (Travel Tips & Preparation)
การวางแผนทริปวันเดียวจากทรอมโซให้ประสบความสำเร็จนั้น ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย โดยเฉพาะสภาพอากาศในแถบอาร์กติกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าคุณจะเลือกเดินทางด้วยรถยนต์สาธารณะ รถเช่า หรือทัวร์ อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศและสภาพถนนก่อนออกเดินทางเสมอ โดยเฉพาะในฤดูหนาว เพราะถนนบางเส้นอาจถูกปิดเนื่องจากหิมะตกหนัก หรือเกิดพายุได้
การแต่งกายเป็นชั้นๆ (Layering) เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เสื้อผ้าที่กันลมและกันน้ำจะช่วยให้คุณอบอุ่นและสบายตัวตลอดวัน ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม ควรพกอาหารว่างและเครื่องดื่มติดตัวไปด้วยเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกล ซึ่งอาจไม่มีร้านค้าหรือร้านอาหารให้เลือกมากนัก การพกแบตเตอรี่สำรองสำหรับโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูปก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะอากาศหนาวเย็นอาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ
หากคุณเดินทางโดยไม่มีรถยนต์ส่วนตัวและวางแผนจะใช้บริการรถบัสสาธารณะ ควรตรวจสอบตารางเวลาล่วงหน้า เนื่องจากเส้นทางไปยังพื้นที่ชนบทมักจะมีรอบรถที่ไม่บ่อยนัก การเช่ารถยนต์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและสำรวจพื้นที่ห่างไกล อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการลดความซับซ้อน การจองทัวร์กับผู้ประกอบการท้องถิ่นก็เป็นทางเลือกที่สะดวกสบายและปลอดภัย และถ้าคุณกำลังมองหาเพื่อนร่วมเดินทาง การใช้บริการ urlaubspartner.net เพื่อหาเพื่อนมาแชร์ค่าใช้จ่ายและประสบการณ์ก็เป็นแนวคิดที่ดี
ฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละทริป (Best Season for Each Day Trip)
การเลือกฤดูกาลที่เหมาะสมส่งผลอย่างมากต่อประสบการณ์ที่คุณจะได้รับจากการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากทรอมโซ
ฤดูหนาว (ธันวาคม - มีนาคม): เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการล่าแสงเหนือ กิจกรรมเลื่อนหิมะที่ลากด้วยสุนัขหรือกวางเรนเดียร์ และการเดินทางไปชมฟยอร์ดที่ปกคลุมด้วยหิมะอันน่าทึ่ง แต่อย่าลืมว่ากลางวันจะสั้นมาก และอุณหภูมิจะหนาวจัด ถนนบางสายอาจมีน้ำแข็งและหิมะ ทำให้การขับรถต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน - พฤษภาคม): เป็นฤดูเปลี่ยนผ่านที่งดงาม อากาศเริ่มอุ่นขึ้น หิมะเริ่มละลาย และกลางวันเริ่มยาวนานขึ้น เหมาะสำหรับการเดินป่าเบาๆ และการสำรวจหมู่บ้านชาวประมงที่เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แสงเหนือยังคงปรากฏให้เห็นได้ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ
ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เป็นฤดูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการเดินทางสำรวจธรรมชาติ กลางวันยาวนานเกือบตลอด 24 ชั่วโมง (ปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน) เหมาะสำหรับการเดินป่า ปีนเขา พายเรือคายัค และการสำรวจฟยอร์ดและเกาะต่างๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความมืดและอากาศหนาวเย็น นี่คือช่วงเวลาที่คุณสามารถสัมผัสกับความเขียวขจีและดอกไม้บานสะพรั่งได้อย่างเต็มที่
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): เป็นฤดูที่สวยงามด้วยสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลืองทอง และเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ ฤดูนี้เป็นโอกาสสุดท้ายในการเดินป่าก่อนฤดูหนาวจะมาเยือน และเป็นช่วงเริ่มต้นของการล่าแสงเหนืออีกครั้ง อุณหภูมิยังคงพอเหมาะ ไม่หนาวจัดเท่าฤดูหนาว แต่คุณก็ควรเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา.