ทริปวันเดียวจาก ปราก: จุดหมายปลายทาง & ทัวร์ที่ดีที่สุด 2026

โดย · ผู้ก่อตั้ง & ผู้เชี่ยวชาญด้าน Travel Buddy

ปรากเป็นเมืองที่สวยงามน่าหลงใหล แต่บางครั้งการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองหลวงเพื่อออกไปสำรวจชนบทหรือเมืองเล็กๆ รอบข้างก็เป็นความคิดที่ดีเลยทีเดียว ยิ่งถ้าคุณกำลังมองหาเพื่อนร่วมเดินทางจาก urlaubspartner.net แล้ว การวางแผนทริปแบบวันเดียวก็เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการทำความรู้จักกันและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ไปด้วยกันได้ทันที คุณจะได้เห็นอีกมุมหนึ่งของสาธารณรัฐเช็ก ที่มีทั้งปราสาทขรึมขลัง เมืองประวัติศาสตร์ที่เงียบสงบ และวิวธรรมชาติที่น่าตื่นเต่า.

การเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากปรากนั้นทำได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะระบบขนส่งสาธารณะของเช็กมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม ทั้งรถไฟและรถบัสต่างเชื่อมต่อเมืองต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ช่วยให้คุณเข้าถึงสถานที่น่าสนใจได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเช่ารถเลย คุณสามารถเลือกทริปที่ตอบโจทย์ความสนใจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์ นักเดินป่า หรือคนชอบชิมไวน์ รับรองว่ามีตัวเลือกที่โดนใจแน่นอน.

ในคู่มือนี้ เราจะพาคุณออกสำรวจเส้นทางวันเดย์ทริปที่ดีที่สุดจากปราก ตั้งแต่เมืองสุดคลาสสิกที่ทุกคนต้องไปเยือน ไปจนถึงจุดหมายที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่รับรองว่าคุณจะตกหลุมรักในความพิเศษของมัน เราจะช่วยคุณวางแผน บอกวิธีการเดินทาง สิ่งที่ควรดู ควรสื่อ และช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปเยือน รับรองว่าคุณจะมีความทรงจำดีๆ กลับไปอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อได้แบ่งปันกับเพื่อนร่วมทริปคนใหม่ของคุณ.

+ ไปที่รายการทริปวันเดียวที่ดีที่สุดจาก ปราก

คาร์โลวี วารี (Karlovy Vary): เมืองสปาอันหรูหรา

ถ้าคุณกำลังมองหาสถานที่ที่ผ่อนคลายและเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ คาร์โลวี วารี คือคำตอบสำหรับวันเดย์ทริปที่สมบูรณ์แบบ เมืองสปาแห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมบาโรคและอาร์ตนูโวที่สวยงาม มีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติกว่า 12 แห่ง ซึ่งรักษาโรคต่างๆ มานานหลายศตวรรษ คุณสามารถเดินเล่นสบายๆ ไปตามทางเดินเลียบแม่น้ำเทปล้า ชมอาคารเก่าแก่ และจิบน้ำแร่จากแก้วสปาอันเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นประสบการณ์ที่ต้องลองเมื่อมาเยือน คุณจะเห็นคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวถือแก้วสปาเดินดื่มน้ำแร่ตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง บางคนก็ตั้งใจมาบำบัดร่างกายโดยเฉพาะ ที่นี่เหมาะสำหรับการใช้เวลาเต็มวัน คุณอาจจะใช้เวลาช่วงเช้าเดินสำรวจเมือง จิบน้ำแร่ และช่วงบ่ายอาจจะไปผ่อนคลายในสปา หรือเดินเล่นซื้อของที่ระลึกอย่างเวเฟอร์ท้องถิ่นและเครื่องแก้วคริสตัลโบฮีเมียน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเยือนคือฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศกำลังดี การเดินทางจากปรากค่อนข้างสะดวก คุณสามารถขึ้นรถบัสตรงจากสถานีรถบัส Florenc หรือรถไฟจากสถานี Masarykovo nádraží ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ค่าตั๋วรถบัสจะอยู่ที่ประมาณ €8-15 ต่อเที่ยว และเมืองแห่งนี้สามารถเดินเที่ยวได้ทั้งหมด ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องมีรถส่วนตัวเลย.

ลองใช้เวลาเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว Diana เพื่อชมทิวทัศน์มุมสูงของเมือง คุณอาจจะพักดื่มกาแฟที่ร้านเล็กๆ ระหว่างทางขึ้นก็ได้ และอย่าพลาดที่จะลองชิม Becherovka ลิเคียวสมุนไพรพื้นเมืองที่โด่งดังของคาร์โลวี วารี ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี.

  • Mill Colonnade

    📍 Mlýnské nábřeží, Karlovy Vary

    โครงสร้างเสาหินขนาดใหญ่ที่สวยงาม เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำพุร้อนหลายแห่ง ผู้คนนิยมมาดื่มน้ำแร่ที่นี่

  • Market Colonnade

    📍 Tržiště, Karlovy Vary

    โคลอนเนดไม้ที่ประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเทพนิยาย

  • Grandhotel Pupp

    4.6
    📍 Mírové náměstí 2, Karlovy Vary· €€€€

    โรงแรมหรูระดับตำนานที่มีประวัติยาวนาน เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง ไปเดินเล่นในล็อบบี้หรือจิบกาแฟก็ได้

  • Diana Observation Tower

    4.6
    📍 Výšina přátelství, Karlovy Vary

    หอคอยชมวิวที่ให้ทัศนียภาพอันงดงามของเมือง คุณสามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้าไปได้

คุทนา โฮรา (Kutná Hora): เมืองมรดกโลกและโบสถ์กระดูก

คุทนา โฮรา เป็นมรดกโลกของยูเนสโกและเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีชื่อเสียงจาก Sedlec Ossuary หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'โบสถ์กระดูก' ที่นี่มีเครื่องประดับและของตกแต่งโบสถ์ที่ทำจากกระดูกมนุษย์จริงๆ นับหมื่นโครง สร้างความรู้สึกที่น่าทึ่งและชวนขนลุกในเวลาเดียวกัน นอกเหนือจากโบสถ์กระดูกแล้ว เมืองนี้ยังเคยเป็นศูนย์กลางการทำเหมืองเงินที่สำคัญของยุโรปในยุคกลาง และมีสถาปัตยกรรมโกธิคสุดอลังการให้ชมมากมาย.

มหาวิหารเซนต์บาร์บารา (St. Barbara's Church) เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ด้วยสถาปัตยกรรมที่วิจิตรตระการตาและกระจกสีอันงดงามที่เล่าเรื่องราวทางศาสนา การเดินไปตามถนนในเมืองเก่า คุณจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของยุคกลางที่ยังคงหลงเหลืออยู่ คุทนา โฮรา เป็นการเดินทางแบบครึ่งวันถึงเต็มวันที่ดีที่สุด ถ้ามีเวลา คุณอาจจะเดินสำรวจย่านเมืองเก่าให้ทั่ว การเดินทางจากปรากใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถไฟจากสถานี Praha hlavní nádraží เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างสะดวกสบายและราคาไม่แพง ค่าตั๋วรถไฟจะอยู่ที่ประมาณ €5-10 ต่อเที่ยว และเมื่อไปถึงที่นั่น สถานที่สำคัญต่างๆ ก็อยู่ในระยะที่เดินถึงกันได้หมด ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์ส่วนตัว.

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศแจ่มใสและคุณสามารถเดินเที่ยวได้อย่างสบายใจ หากคุณมาในช่วงฤดูร้อน อาจจะเจอเทศกาลหรือตลาดนัดเล็กๆ ที่จัดขึ้นในเมือง ซึ่งจะเพิ่มเสน่ห์ให้กับประสบการณ์ของคุณมากยิ่งขึ้น.

  • Sedlec Ossuary (Bone Church)

    4.6
    📍 Zámecká, Kutná Hora

    โบสถ์เล็กๆ ที่ประดับตกแต่งด้วยกระดูกมนุษย์กว่า 40,000 ชิ้น เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

  • St. Barbara's Church (Chrám svaté Barbory)

    4.8
    📍 Barborská 1, Kutná Hora

    มหาวิหารโกธิคอันยิ่งใหญ่ คู่แข่งความงามของมหาวิหารเซนต์วิตุสในปราก งดงามทั้งภายนอกและภายใน

  • Italian Court (Vlašský dvůr)

    4.4
    📍 Havličkovo náměstí 552/1, Kutná Hora

    อดีตโรงกษาปณ์หลวงและพระราชวัง เป็นศูนย์กลางอำนาจในยุคกลาง สามารถเข้าชมส่วนพิพิธภัณฑ์ได้

  • Stone House (Kamenný dům)

    4.5
    📍 Václavské náměstí 183/22, Kutná Hora

    อาคารสไตล์โกธิคปลายยุคที่มีความโดดเด่น ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ของเมือง

เชสกี้ ครุมลอฟ (Český Krumlov): เมืองเทพนิยายริมแม่น้ำ

เชสกี้ ครุมลอฟ เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจราวกับหลุดออกมาจากนิทานปรัมปรา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำวัลตาวาที่คดเคี้ยวไปมา มีปราสาทและหอคอยอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นอยู่ใจกลางเมือง ตัวเมืองเก่าได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกของยูเนสโก ด้วยสถาปัตยกรรมยุคเรอเนซองส์และบาโรคที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม การเดินเล่นไปตามตรอกซอกซอยหินกรวด ชมร้านค้าเล็กๆ แกลเลอรีศิลปะ และคาเฟ่ริมแม่น้ำคือสิ่งที่คุณจะเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งวัน.

เวลาที่คุณมาที่นี่ คุณจะต้องใช้เวลาไปกับการสำรวจปราสาทเชสกี้ ครุมลอฟ ซึ่งเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสาธารณรัฐเช็ก รองจากปราสาทปราก ภายในปราสาทมีสวนที่สวยงาม โรงละครบารอค และทัศนียภาพอันน่าทึ่งจากหอคอยปราสาท เมืองนี้เป็นทริปแบบเต็มวันที่ดีที่สุด และการเดินทางด้วยรถบัสตรงจากสถานี Praha Na Knížecí หรือ Florenc ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ค่าตั๋วรถบัสจะอยู่ที่ประมาณ €10-20 ต่อเที่ยว แม้จะไกลกว่าที่อื่นเล็กน้อยแต่คุ้มค่ากับการเดินทางแน่นอน และไม่ต้องกังวลเรื่องรถยนต์ส่วนตัว เพราะเมืองเล็กพอที่จะเดินสำรวจได้ทั่วถึง.

สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสม ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่สวยงามเป็นพิเศษ ด้วยสีสันของธรรมชาติที่เปลี่ยนไป และไม่แออัดเท่าช่วงฤดูร้อน ถ้าคุณโชคดี คุณอาจจะได้เห็นหมอกจางๆ ยามเช้าปกคลุมเมือง ทำให้ได้ภาพที่งดงามราวกับอยู่ในความฝัน และถ้ามากับเพื่อนร่วมทางจาก Travel Buddy Community การพายเรือคายัคในแม่น้ำวัลตาวาก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจมากๆ.

  • Český Krumlov Castle

    4.8
    📍 Zámek 59, Český Krumlov

    ปราสาทขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีอาคาร สวน และหอคอยที่งดงาม เปิดให้เข้าชมหลายส่วน

  • St. Vitus Church

    4.6
    📍 Kostelní 162, Český Krumlov

    โบสถ์สไตล์โกธิคที่โดดเด่นตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีหอคอยสูงและหน้าต่างกระจกสีที่สวยงาม

  • Egon Schiele Art Centrum

    4.4
    📍 Široká 71, Český Krumlov

    ศูนย์ศิลปะที่จัดแสดงผลงานของ Egon Schiele และศิลปินยุโรปคนอื่นๆ รวมถึงนิทรรศการร่วมสมัย

  • Regional Museum in Český Krumlov

    4.4
    📍 Horní 152, Český Krumlov

    พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองและภูมิภาค มีแบบจำลองเมืองจำลองโบราณขนาดใหญ่

เทเรซิน (Terezín): ประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดที่ต้องเรียนรู้

สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์โดยเฉพาะเหตุการณ์ในสงครามโลกครั้งที่สอง เทเรซินเป็นสถานที่ที่ทรงพลังและน่าสะเทือนใจที่คุณไม่ควรพลาด เมืองป้อมปราการแห่งนี้ถูกใช้เป็นค่ายกักกันและเกตโตโดยนาซีเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แม้จะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่การมาเยือนที่นี่ก็เป็นการแสดงความเคารพแก่เหยื่อผู้บริสุทธิ์และเรียนรู้บทเรียนที่สำคัญจากประวัติศาสตร์.

คุณสามารถเยี่ยมชมป้อมปราการเล็ก (Small Fortress) ซึ่งเคยเป็นคุกของเกสตาโป และพิพิธภัณฑ์เกตโต (Ghetto Museum) ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวชีวิตของชาวยิวในเทเรซินผ่านข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว รูปภาพ และเรื่องเล่า เมืองนี้ต่างจากเมืองอื่นๆ ที่เน้นความสวยงาม แต่เน้นการเรียนรู้และใคร่ครวญถึงความโหดร้ายของสงคราม เทเรซินเป็นทริปแบบครึ่งวันถึงเต็มวัน การเดินทางจากปรากค่อนข้างสะดวกสบายและใช้เวลาไม่นาน คุณสามารถขึ้นรถบัสตรงจากสถานี Holešovice หรือ Florenc ในปราก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าตั๋วประมาณ €3-7 ต่อเที่ยว.

เมื่อไปถึง คุณสามารถเดินเท้าได้ทั่วถึง และมีไกด์นำเที่ยวท้องถิ่นที่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกได้อีกด้วย ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวหลัก เพื่อให้คุณสามารถเยี่ยมชมได้อย่างสงบและไตร่ตรอง โดยรวมแล้วนี่เป็นทริปที่หนักอึ้งทางอารมณ์ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่สำคัญและให้ความเข้าใจอันลึกซึ้งเกี่ยวกับแง่มุมที่มืดมิดในประวัติศาสตร์ยุโรป ควรแต่งกายสุภาพเมื่อมาเยือนสถานที่แห่งนี้.

  • Small Fortress (Malá pevnost Terezín)

    4.6
    📍 Pracovní 256, Terezín

    อดีตคุกของเกสตาโปและค่ายกักกัน แสดงให้เห็นสภาพชีวิตอันโหดร้ายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

  • Ghetto Museum (Muzeum ghetta Terezín)

    4.5
    📍 Komenského 149, Terezín

    จัดแสดงประวัติศาสตร์ของชุมชนชาวยิวในเกตโตเทเรซิน ผ่านสิ่งของ รูปภาพ และภาพยนตร์

ปิลเซ่น (Plzeň): ต้นกำเนิดเบียร์ลาเกอร์

สำหรับคนรักเบียร์ ปิลเซ่นคือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด นี่คือเมืองที่เป็นต้นกำเนิดของเบียร์ Pilsner Urquell ราเกอร์สีทองอำพันที่โด่งดังไปทั่วโลก การเดินทางมาที่นี่จึงเป็นโอกาสทองในการเยี่ยมชมโรงเบียร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเรียนรู้กระบวนการผลิตเบียร์ตั้งแต่ต้นจนจบ แถมยังได้ชิมเบียร์สดๆ จากถังไม้โอ๊คขนาดใหญ่ที่หมักบ่มอยู่ในห้องใต้ดินใต้ดินอุณหภูมิเย็นเฉียบ คุณสามารถสัมผัสประวัติศาสตร์ของการผลิตเบียร์และวัฒนธรรมเบียร์ของเช็กได้อย่างเต็มที่

นอกจากโรงเบียร์แล้ว ปิลเซ่นยังมีอะไรอีกมากมายให้สำรวจ เช่น มหาวิหารเซนต์บาร์โธโลมิว (St. Bartholomew's Cathedral) ที่มีหอคอยโบสถ์สูงที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งคุณสามารถปีนขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของเมืองได้ และเมืองยังมีจัตุรัสหลักอันกว้างขวางที่สวยงาม หรือจะเดินเล่นไปตามย่านเมืองเก่าก็เพลินดีเหมือนกัน ปิลเซ่นเป็นทริปแบบครึ่งวันถึงเต็มวัน การเดินทางจากปรากใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีโดยรถไฟตรงจากสถานี Praha hlavní nádraží ค่าตั๋วรถไฟประมาณ €6-12 ต่อเที่ยว เมื่อไปถึงเมืองแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ อยู่ไม่ไกลกันและสามารถเดินถึงได้สบายๆ ไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์.

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่มีเทศกาลเบียร์และกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย และอากาศก็กำลังดีสำหรับการดื่มเบียร์ในสวนเบียร์ หากคุณมากับเพื่อนร่วมเดินทางจาก urlaubspartner.net การไปทัวร์โรงเบียร์ด้วยกันและปิดท้ายด้วยมื้อเย็นที่ผับสไตล์เช็กแท้ๆ ก็เป็นวิธีที่ดีในการสร้างความสนิทสนมกันและลองชิมอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ

  • Pilsner Urquell Brewery

    4.7
    📍 U Prazdroje 7, Plzeň

    โรงเบียร์แห่งประวัติศาสตร์ที่ให้กำเนิดเบียร์ Pilsner Urquell มีทัวร์โรงเบียร์พร้อมชิมเบียร์จากถังไม้

  • St. Bartholomew's Cathedral

    4.6
    📍 náměstí Republiky 234/1, Plzeň

    มหาวิหารโกธิคที่มีหอคอยสูงที่สุดในเช็กเกีย สามารถปีนขึ้นไปชมวิวได้

  • Great Synagogue

    4.5
    📍 Sady Pětatřicátníků 11, Plzeň

    โบสถ์ยิวที่ใหญ่เป็นอันดับสองในยุโรป สวยงามทั้งสถาปัตยกรรมภายนอกและภายใน

  • Brewery Museum

    4.5
    📍 Veleslavínova 6, Plzeň

    พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ของการผลิตเบียร์ใน ปิลเซ่น ตั้งอยู่ในโรงเบียร์เก่า

ปราสาทคาร์ลสไตน์ (Karlštejn Castle): ปราสาทแห่งอัญมณีของอาณาจักรโบฮีเมีย

ถ้าคุณหลงใหลในปราสาท ปราสาทคาร์ลสไตน์คือสิ่งที่คุณต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง ปราสาทสไตล์โกธิคอันยิ่งใหญ่นี้ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยป่าไม้เขียวขจี ห่างจากปรากเพียงหนึ่งชั่วโมง เป็นหนึ่งในปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดและสำคัญที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิคาร์ลที่ 4 เพื่อเก็บรักษามงกุฎและสมบัติของราชวงศ์โบฮีเมีย ตอนนี้ถูกเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและเรียนรู้เรื่องราวในอดีต.

เมื่อไปถึง สิ่งแรกที่คุณจะเห็นคือความยิ่งใหญ่ของหอคอยและกำแพงปราสาท หลังจากเดินขึ้นเขาไปไม่กี่นาทีก็จะถึงทางเข้า คุณสามารถเลือกทัวร์ปราสาทแบบต่างๆ ได้ ภายในคุณจะได้เห็นห้องต่างๆ ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา รวมถึง Chapels of the Holy Cross ที่ประดับด้วยอัญมณีและภาพวาดอันล้ำค่า คาร์ลสไตน์เป็นทริปแบบครึ่งวันถึงเต็มวันที่ดีที่สุด การเดินทางจากปรากสะดวกสบายมากโดยรถไฟตรงจากสถานี Praha hlavní nádraží ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ค่าตั๋วรถไฟประมาณ €3-6 ต่อเที่ยว และเมื่อลงจากรถไฟแล้ว คุณสามารถเดินขึ้นเนินไปปราสาทได้เลย หรือจะใช้บริการรถม้าเล็กๆ ก็ได้.

ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศอบอุ่นและป่าไม้รอบข้างก็เขียวชอุ่มสวยงาม หากคุณชอบการเดินป่าเล็กๆ น้อยๆ การเดินไปตามเส้นทางรอบปราสาทก็เป็นความคิดที่ดีเช่นกัน แต่ควรตรวจสอบเวลาเปิด-ปิดของปราสาทล่วงหน้า เพราะอาจแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู และบางส่วนของปราสาทก็ต้องจองทัวร์ล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว.

  • Karlštejn Castle

    4.7
    📍 Karlštejn 172, Karlštejn

    ปราสาทโกธิคยุคกลางที่สวยงาม ตั้งอยู่บนเนินเขา มีการจัดแสดงห้องต่างๆ และสมบัติมงกุฎ

  • Chapel of the Holy Cross

    4.8
    📍 ภายใน Karlštejn Castle

    ส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์และสวยงามที่สุดของปราสาท ประดับประดาด้วยอัญมณีและภาพวาดเก่าแก่กว่า 100 ภาพ

โบฮีเมียน พาราไดซ์ (Bohemian Paradise): อัญมณีแห่งธรรมชาติ

สำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบธรรมชาติและการผจญภัย โบฮีเมียน พาราไดซ์ (Český ráj) คืออุทยานธรณีแห่งแรกของยูเนสโกที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของปราก ที่นี่โดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ของหินทรายรูปทรงแปลกตา ปราสาทเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนหน้าผา และป่าไม้เขียวขจี เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเดินป่า ปีนเขา และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่งดงาม ที่นี่มีเส้นทางเดินป่ามากมายสำหรับทุกระดับความยาก คุณสามารถเดินผ่านป่า ลอดช่องหิน และขึ้นไปยังจุดชมวิวต่างๆ เพื่อชมทิวทัศน์อันกว้างไกล.

หนึ่งในไฮไลต์คือปราสาททรอสกี (Trosky Castle) ที่มีหอคอยคู่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดหินสองลูก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของภูมิภาคนี้ อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ ปราสาทฮรือบา สกาลา (Hrubá Skála Castle) ที่ตอนนี้ปรับปรุงเป็นโรงแรม แต่ยังเปิดให้คนภายนอกเข้าชมวิวได้ การเดินทางไปโบฮีเมียน พาราไดซ์ใช้เวลาไม่นานนัก โดยรถไฟคุณสามารถไปลงที่เมือง Turnov หรือ Jičín ซึ่งเป็นประตูสู่ภูมิภาคนี้ จากปรากใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ค่าตั๋วรถไฟประมาณ €7-15 ต่อเที่ยว.

โบฮีเมียน พาราไดซ์เป็นทริปแบบเต็มวันที่ดีที่สุด หรืออาจจะค้างคืนก็ได้หากคุณต้องการสำรวจอย่างละเอียดมากขึ้น การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะมีความยืดหยุ่นมากกว่าในการเข้าถึงจุดต่างๆ ที่กระจายกันอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ามาโดยไม่ได้ขับรถส่วนตัวก็ยังสามารถเที่ยวได้โดยการใช้รถเมล์ท้องถิ่นเชื่อมต่อบ้าง หรือโดยการเดิน แต่หากจะสำรวจให้ครบทุกจุด การมีรถก็สะดวกกว่ามาก ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วงเมื่ออากาศอบอุ่นและเหมาะสำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง.

  • Trosky Castle

    4.7
    📍 Troskovice 76, Troskovice

    ปราสาทเก่าแก่บนยอดหินภูเขาไฟ มองเห็นได้แต่ไกล เป็นสัญลักษณ์ของ Bohemian Paradise

  • Hrubá Skála Castle

    4.6
    📍 Hrubá Skála 1, Turnov

    ปราสาทที่สร้างอยู่บนหน้าผาหินทราย ตอนนี้ทำเป็นโรงแรม แต่ยังเปิดให้เดินชมรอบนอกได้

  • Prachov Rocks (Prachovské skály)

    4.8
    📍 Prachov, Jičín

    กลุ่มหินทรายที่มีรูปทรงแปลกตา มีเส้นทางเดินป่าที่สวยงามและจุดชมวิวที่น่าทึ่ง

เดเร็ค (Děčín): ประตูสู่สวิสเซเชี่ยน และปราสาทริมแม่น้ำ

เดเร็ค เป็นเมืองเล็กๆ ที่สวยงามตั้งอยู่ริมแม่น้ำเอลเบอ โดยมักถูกมองข้ามไปทั้งที่มันเป็นประตูสู่ดินแดนสวิสเซเชี่ยน (Bohemian Switzerland) อุทยานแห่งชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องหินทรายรูปร่างแปลกตาและภูมิประเทศที่น่าทึ่ง การมาเยือนเดเร็คทำให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบพร้อมกับสามารถออกไปสำรวจธรรมชาติได้ง่าย เมืองนี้มีปราสาทเดเร็คอันงดงามที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงเหนือแม่น้ำ ซึ่งคุณสามารถเดินเล่นในสวนกุหลาบและชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำได้.

หลังจากสำรวจปราสาท คุณสามารถเดินเล่นไปตามถนนในเมือง ชมจัตุรัสหลัก และอาจจะแวะจิบกาแฟที่ร้านเล็กๆ ริมแม่น้ำ หากมีเวลาเหลือเฟือ คุณอาจจะนั่งรถบัสต่อไปยังอุทยานแห่งชาติสวิสเซเชี่ยนเพื่อเดินป่าในเส้นทางที่สั้นๆ ได้ หรือเพียงแค่ใช้เวลาในเดเร็คก็เพียงพอแล้วสำหรับการเดินทางแบบวันเดียว เดเร็คเป็นทริปแบบเต็มวันที่ดีที่สุดโดยเฉพาะถ้าคุณต้องการมีเวลาสำรวจอุทยานแห่งชาติด้วย การเดินทางจากปรากสะดวกสบายโดยรถไฟตรงจากสถานี Praha hlavní nádraží ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าตั๋วรถไฟประมาณ €8-15 ต่อเที่ยว.

เมื่อไปถึง สถานีรถไฟอยู่ในระยะที่เดินไปปราสาทและใจกลางเมืองได้ และคุณสามารถใช้รถบัสท้องถิ่นเพื่อเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องมีรถส่วนตัว ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศดี เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง และเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เห็นธรรมชาติที่สวยงามของเช็กเกียที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้จัก.

  • Děčín Castle

    4.6
    📍 Dlouhá jízda 12, Děčín

    ปราสาทสไตล์บาโรคที่สวยงาม ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงเหนือแม่น้ำเอลเบอ มีสวนกุหลาบที่น่าประทับใจ

  • The Rose Garden (Růžová zahrada)

    4.7
    📍 ภายใน Děčín Castle

    สวนกุหลาบที่สวยงามและเป็นระเบียบ เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและชมวิว

  • Pastýřská stěna (Shepherd's Wall)

    4.6
    📍 Děčín

    หน้าผาหินสูงชันบนอีกฝั่งของแม่น้ำ มีจุดชมวิวและร้านอาหารบนยอด ชมทิวทัศน์ปราสาทและแม่น้ำ

เมลนิก (Mělník): เมืองแห่งไวน์และมุมมองแม่น้ำสองสาย

ถ้าคุณกำลังมองหาอะไรที่แตกต่างออกไปจากปราสาทใหญ่ๆ และเมืองเก่าที่มีคนพลุกพล่าน เมลนิก คือทางเลือกที่ดี เมืองเล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นจุดบรรจบของแม่น้ำเอลเบอและวัลตาวา และเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตไวน์ของภูมิภาค คุณสามารถเพลิดเพลินกับการชิมไวน์ท้องถิ่น และชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามจากจุดชมวิวข้างปราสาท ถือเป็นการพักผ่อนที่เหมาะกับทุกคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายของเมือง.

ปราสาทเมลนิก (Mělník Castle) เป็นจุดหลักของเมืองที่ควรไปเยือน คุณสามารถเข้าชมภายในปราสาท ชิมไวน์ที่ผลิตภายในปราสาท และเดินเล่นในสวนรอบๆ นอกจากนี้ โบสถ์เซนต์ปีเตอร์และพอล (Church of Sts. Peter and Paul) ที่อยู่ติดกันก็มีห้องเก็บกระดูก (Ossuary) ที่น่าสนใจไม่แพ้ที่คุทนา โฮรา แต่มีขนาดเล็กกว่า เมลนิกเป็นทริปแบบครึ่งวันที่ดีที่สุด หรือเต็มวันก็ได้ถ้าคุณอยากใช้เวลาชิมไวน์และเพลิดเพลินกับบรรยากาศ การเดินทางจากปรากค่อนข้างสะดวกโดยรถบัสตรงจากสถานี Holešovice หรือ Florenc ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที ค่าตั๋วรถบัสประมาณ €3-7 ต่อเที่ยว.

เมื่อไปถึง สถานีรถบัสก็อยู่ในระยะที่เดินไปยังใจกลางเมืองและปราสาทได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องมีรถส่วนตัว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงฤดูร้อนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวองุ่นและอากาศกำลังดีสำหรับการเดินเล่นในไร่องุ่น มีงานเทศกาลไวน์เล็กๆ จัดขึ้นบ้างในบางช่วงเวลา ทำให้เมืองนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น คุณอาจจะซื้อไวน์ท้องถิ่นกลับไปเป็นของฝากก็เป็นความคิดที่ดี.

  • Mělník Castle

    4.5
    📍 Svatováclavská 10, Mělník· €€

    ปราสาทที่ตั้งอยู่บนจุดชมวิวแม่น้ำสองสาย มีไร่องุ่นเป็นของตัวเอง คุณสามารถทัวร์ปราสาทพร้อมชิมไวน์ได้

  • Church of Sts. Peter and Paul (Kostel sv. Petra a Pavla)

    4.6
    📍 Náměstí Míru 13, Mělník

    โบสถ์เก่าแก่ที่มีหอคอยสูงและห้องเก็บกระดูก (Ossuary) อยู่ด้านล่าง คล้ายกับที่ Sedlec แต่ขนาดเล็กกว่า

หาเพื่อนร่วมเดินทางสำหรับ ปราก

คู่มือเพิ่มเติมสำหรับ ปราก

ร้านกาแฟ
คาเฟ่และร้านบรันช์ที่ดีที่สุดใน ปราก 2026
ร้านอาหาร
ร้านอาหารที่ดีที่สุดใน ปราก: กินที่ไหนดี 2026
สถานที่ท่องเที่ยว
ที่เที่ยว ปราก: สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและอัญมณีที่ซ่อนอยู่ 2026
สถานบันเทิงยามค่ำคืน
สถานบันเทิงยามค่ำคืนใน ปราก: คลับ บาร์ และปาร์ตี้ที่ดีที่สุด 2026
สำหรับชาวเกย์
บาร์เกย์และสถานบันเทิง LGBTQ+ ใน ปราก 2026
เคล็ดลับวงใน
เคล็ดลับวงใน ปราก: สถานที่ของผู้รู้ที่ไม่ใช่แค่ในหมู่นักท่องเที่ยว 2026
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง ปราก: ถนนช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้า และตลาดที่ดีที่สุด 2026
ย่านโคมแดง
ย่านโคมแดง ปราก: ประวัติศาสตร์ ความปลอดภัย และเคล็ดลับสำหรับนักท่องเที่ยว 2026
ที่พักอาศัย
จะพักที่ไหนใน ปราก: ย่านที่ดีที่สุดในคู่มือ 2026
โรงแรม
โรงแรมที่ดีที่สุดใน ปราก: บูติค หรูหรา และเคล็ดลับราคาประหยัด 2026
กับเด็ก
ปราก กับเด็ก: คู่มือท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวที่ดีที่สุด 2026
กับสุนัข
ปราก กับสุนัข: โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง 2026

คำถามที่พบบ่อย

วันเดย์ทริปที่ดีที่สุดจากปรากแบบไม่ต้องใช้รถส่วนตัวคือที่ไหนบ้าง?
คุทนา โฮรา (Kutná Hora), คาร์โลวี วารี (Karlovy Vary) และเชสกี้ ครุมลอฟ (Český Krumlov) คือตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากปรากโดยไม่ต้องมีรถยนต์ส่วนตัว เพราะสถานที่เหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายด้วยรถไฟหรือรถบัสตรงจากปราก และเมื่อไปถึงแล้ว คุณก็สามารถเดินสำรวจสถานที่สำคัญต่างๆ ภายในเมืองได้อย่างสบาย นอกจากนี้ ปราสาทคาร์ลสไตน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เดินทางสะดวกด้วยรถไฟเช่นกัน.
การเดินทางไปวันเดย์ทริปจากปรากควรใช้รถไฟหรือรถบัสดี?
ทั้งรถไฟและรถบัสต่างก็เป็นวิธีที่สะดวกและมีประสิทธิภาพในการเดินทางจากปราก การเลือกระหว่างสองอย่างนี้ขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทางที่คุณเลือก ข้อดีของรถไฟคือความเร็วและความสบายในบางเส้นทาง และมักจะออกจากสถานีหลักอย่าง Praha hlavní nádraží ส่วนรถบัสอาจจะครอบคลุมเส้นทางที่รถไฟเข้าไม่ถึงและมีราคาถูกกว่าเล็กน้อย โดยมักจะออกจากสถานี Florenc หรือ Na Knížecí.
ควรจองตั๋วรถไฟหรือรถบัสล่วงหน้าสำหรับวันเดย์ทริปหรือไม่?
สำหรับเส้นทางยอดนิยมหรือในช่วงฤดูท่องเที่ยวอย่างฤดูร้อน การจองตั๋วรถไฟหรือรถบัสล่วงหน้าจะช่วยให้คุณมั่นใจว่ามีที่นั่งและบางครั้งก็อาจได้ราคาที่ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเดินทางเป็นกลุ่มเล็กๆ หรือถ้าคุณมีตารางเวลาที่แน่นอน อย่างไรก็ตาม สำหรับเส้นทางทั่วไปและช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว การซื้อตั๋วที่สถานีในวันเดินทางก็ไม่ใช่เรื่องยาก.
มีข้อจำกัดเรื่องกระเป๋าเดินทางสำหรับการเดินทางแบบวันเดย์ทริปหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว การเดินทางแบบวันเดย์ทริปคุณไม่จำเป็นต้องนำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปด้วย แค่เป้สะพายหลังเล็กๆ สำหรับของใช้จำเป็นก็เพียงพอแล้ว สำหรับรถไฟและรถบัสสาธารณะมักจะไม่มีข้อจำกัดที่เข้มงวดเรื่องน้ำหนักและขนาดกระเป๋าเหมือนการเดินทางโดยเครื่องบิน แต่พื้นที่อาจมีจำกัดในช่วงเวลาเร่งด่วน ถ้าคุณมีสัมภาระมากเกินไป อาจไม่สะดวกในการเคลื่อนย้าย.
ช่วงเวลาไหนของปีที่เหมาะที่สุดสำหรับการไปวันเดย์ทริปจากปราก?
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือปลายฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) และต้นฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) อากาศในช่วงนี้กำลังสบาย ไม่ร้อนจัดและไม่หนาวจนเกินไป เหมาะสำหรับการเดินสำรวจและทำกิจกรรมกลางแจ้ง ผู้คนไม่แออัดเท่าช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน แม้จะมีคนเยอะกว่าและมีอากาศร้อนกว่า แต่ก็มีกิจกรรมและเทศกาลต่างๆ มากมาย.
มีทัวร์แบบจัดกลุ่มสำหรับวันเดย์ทริปจากปรากหรือไม่?
แน่นอน มีบริษัททัวร์ท้องถิ่นหลายแห่งที่จัดทัวร์แบบมีไกด์สำหรับวันเดย์ทริปไปยังจุดหมายยอดนิยม เช่น คุทนา โฮรา, คาร์โลวี วารี หรือเชสกี้ ครุมลอฟ ทัวร์เหล่านี้มักจะรวมค่าเดินทาง ค่าเข้าชม และไกด์นำเที่ยว ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการวางแผนเอง หรือชอบการเดินทางแบบที่มีคนดูแลทุกอย่าง.
ใช้เวลาเท่าไรในการเที่ยวแต่ละเมืองสำหรับวันเดย์ทริป?
โดยทั่วไปแล้ว คุทนา โฮรา และปราสาทคาร์ลสไตน์ สามารถเที่ยวได้ภายในครึ่งวันถึงเต็มวัน สำหรับคาร์โลวี วารี, ปิลเซ่น, เชสกี้ ครุมลอฟ และโบฮีเมียน พาราไดซ์ อาจต้องใช้เวลาเต็มวันเพื่อให้สามารถสำรวจได้อย่างทั่วถึงและเพลิดเพลินกับบรรยากาศของสถานที่ โดยรวมแล้วควรเผื่อเวลาเดินทางไปกลับด้วย.
การแลกเงินไปใช้ในเมืองเล็กๆ จำเป็นแค่ไหน?
สาธารณรัฐเช็กใช้สกุลเงินโคโรนาเช็ก (CZK) ในเมืองใหญ่ๆ เช่น ปราก ร้านค้าส่วนใหญ่รับบัตรเครดิต แต่ในเมืองเล็กๆ ร้านอาหารท้องถิ่น หรือร้านขายของที่ระลึก อาจจะรับเฉพาะเงินสด การมีเงินสดติดตัวจำนวนหนึ่งจึงเป็นความคิดที่ดีเสมอสำหรับการเดินทางไปตามเมืองเล็กๆ นอกปราก.
สถานที่ใดที่เหมาะสำหรับการเดินป่าในวันเดย์ทริป?
โบฮีเมียน พาราไดซ์ (Český ráj) เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินป่า ด้วยภูมิประเทศหินทรายอันเป็นเอกลักษณ์และเส้นทางเดินป่าที่หลากหลาย หากคุณมีเวลาไม่มากและไม่ต้องการออกไปไกลนัก บริเวณรอบๆ ปราสาทคาร์ลสไตน์ก็มีเส้นทางเดินเท้าสั้นๆ ที่สวยงามให้ได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติเช่นกัน.
มีวันเดย์ทริปที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักแต่คุ้มค่าแก่การไปหรือไม่?
เมลนิก (Mělník) ซึ่งเป็นเมืองแห่งไวน์ที่มองเห็นจุดบรรจบของแม่น้ำสองสาย ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักแต่คุ้มค่า ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ โอกาสในการชิมไวน์ท้องถิ่น และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นอกจากนี้ เดเร็ค (Děčín) ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี หากคุณอยากสัมผัสเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำและเป็นประตูสู่ อุทยานแห่งชาติสวิสเซเชี่ยน.